ทุกคนต่างเงียบลงในทันทีและรอคอยให้ฮั่นจุยพูดออกมา
ท่าทางของฮั่นจุยยังคงสงบนิ่งในขณะที่มองดูไปยังเฉียวกัง ไม่มีใครบอกได้ว่าเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
อย่างไรก็ตาม เป็นตอนนี้ที่ทุกคนเริ่มจำได้ว่าเฉินเฉียงและฮั่นจุยนั้นมีเรื่องกันต่อหน้าทุกคน
อย่างไรก็ตาม พวกเขานั้นไม่รู้ว่าฮั่นจุยผู้มาจากสภาสูงภาคกลางผู้นี้จะถืองานเป็นสำคัญ หรือแค้นส่วนตัวเป็นที่ตั้ง
แต่เดิม ฮั่นจุยเองนั้นก็เกือบจะลืมเรื่องของชายหนุ่มที่เขาเกลียดชังอย่างหมดใจนี่ไปแล้ว นั่นก็เพราะยังไงซะเขาก็เป็นถึงคนใหญ่คนโตของสภาสูงภาคกลาง
แต่ด้วยการที่เว่ยฉิงเชินนั้นออกหน้ามาปกป้องขนาดนี้ นี่ยิ่งทำให้ฮั่นจุยรู้สึกรำคาญและหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
กับอีแค่นายพลวิญญาณขั้นกลางคนหนึ่งจะไปเป็นอัจฉริยะแห่งเผ่าพันธุ์ได้ยังไง
หากนับว่านั่นคืออัจฉริยะ เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็คงจะมีอัจฉริยะอย่างมากล้นแล้วกระมัง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเว่ยฉิงเชินนั้นจะเห็นค่าในตัวไอ้หนุ่มนี่มากนัก ถึงขั้นออกโรงปกป้องอยู่บ่อยครั้ง นี่หมายความว่ายังไงกัน
และนี่ทำให้ฮั่นจุยคิดว่าจะใช้คำพูดของเฉียวกังนี้ในการจัดการเฉินเฉียง นั่นก็เพราะหากเขาไม่อาจจะรินน้ำสกปรกอย่างเฉินเฉียงออกไปได้ เขาก็คงไม่สบายใจอีกต่อไป นี่แสดงให้เห็นว่าฮั่นจุยเองก็แค้นฝังลึกในตัวเฉินเฉียงมากนัก
เมื่อคิดได้แบบนี้แล้ว ฮั่นจุยก็ได้พูดออกมาราวกับไม่แยแสอะไรบางอย่าง “เฉียวกัง เจ้าบอกว่าเฉินเฉียงเป