นต่อหน้านักรบสามเผ่าพันธุ์ ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนแล้วแต่ต้องตามล่าหาตัวเขา
ไม่ว่าเขามองยังไงก็ตาม การที่เขากลับออกไปทางปกติก็ไม่ได้ต่างจากเดินเข้าหาความตาย
แต่กระนั้น เขาก็ยังคงติดตามหยานเสวี่ยไปที่ทางออกอยู่ดี
“เฉินเฉียง เจ้าจะอ้อยอิ่งทำไมอีก เร็วเข้า”
เมื่อเห็นหยานเสวี่ยรอนรน เฉินเฉียงก็คิดจะอยากแกล้งนางสักหน่อย โดยใช้เคลื่อนย้ายพริบตาหายไปจากตรงนั้น
“หึ ท่านคิดว่าข้าช้างั้นเหรอ ถ้าให้ข้าเอาจริงแล้วท่านจะกลายเป็นคนนำทางให้ข้าได้ยังไง”
หลังจากทะยานไปห้าถึงหกไมล์ตรงหน้า เฉินเฉียงได้หยุดอยู่กลางอากาศพลางเล่นกับเมิ่งน้อยไปตอนรอหยานเสวี่ย
หลังจากผ่านไปสักพัก หยนเสวี่ยถึงจะตามเฉินเฉียงมาทันด้วยปีกน้อยๆของเธอ
“ฮี่ฮี่ฮี่ ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่าเจ้านั้นหนีข้าไม่พ้น” หยานเสวี่ยพูดออกมาอย่างภูมิใจ
เมื่อเห็นท่าทางของสาวน้อยที่ทำท่าราวกับผู้ชนะ เฉินเฉียงก็ได้เปิดปากพูดออกมาอย่างยั่วโทสะ
“องครักษ์หยาน ข้าว่าพวกเราอยู่ในเขตแดนจักรพรรดิแห่งนี้จะดีกว่านะ”
“ถ้างั้นข้าก็จะอยู่กับเจ้า”
“ไม่มีปัญหา การมีสาวงามข้างกายย่อมดีกว่าอยู่คนเดียวเป็นไหนๆ”
เมื่อได้เห็นสายตาหื่นกามของเฉินเฉียงแล้ว หยานเสวี่ยร่างกายสั่นสะท้านพร้อมน้ำตามที่เริ่มจะไหลริน
“พอแล้วพอแล้ว จะร้องไห้ทำไมอีกกันกับเรื่องแค่นี่เนี่ย” เมื่อเห็นว่าหยานเสวี่ยมีท่าทางราวกับจะร้องไห้อีกครั้ง เฉินเฉียงก็รีบยกมือขึ้นห้ามไว้ “องครักษ์หยาน ท่านขอให้ข้าออกจา