ียงรึเปล่าว่าไปไหน”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ เจิ้งยี่ถึงกับสะดุ้งจนลืมตาขึ้นมา ก่อนที่จะมองหารอบๆอย่างสับสน และรีบส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณถามหลู่ฟาง เว่ยฉิงเชิน จางหยวน และคนอื่นๆในกองกำลัง
-หรือว่าพี่ใหญ่เฉินเฉียงจะจากไปแล้วกัน- เว่ยชิงเฉินถามออกมาอย่างกระวนกระวาย
หยานเสวี่ยได้ลอบส่ายหัวไปมา -เป็นไปไม่ได้ หากเขาจะจากไปอย่างน้อยเขาก็ต้องบอกพวกเจ้า-
-ข้าส่งข้อความไปถามเม่ยหลัวหลันที่ยังอยู่ด้านล่าง นางบอกว่ากัปตันยังไม่ได้ลงไป-
จางหยวนได้มองไปที่หยานเสวี่ย หลู่ฟางและคนอื่นๆอย่างตกตะลึง นั่นก็เพราะเฉินเฉียงในตอนนี้ไม่สามารถติดต่อผ่านกำไลสื่อสารได้ราวกับว่าเขาปิดเครื่องไป
-เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อพี่ใหญ่เฉินเฉียงยังไม่ออกไปจากที่นี่ เขาก็ควรจะอยู่ที่นี่สิ แต่….-
เว่ยฉิงเชินในตอนนี้มีท่าที่หวาดวิตกในทันทีพลางชี้ไปที่ปลายบันไดเพราะเธอนั้นได้เห็นร่องรอยบางอย่าง
-อย่าบอกนะว่ากัปตัน……- หลางซานเอ๋อที่พึ่งมาถึงได้เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนดีก็ได้ชี้ขึ้นฟ้า ทุกคนที่เห็นต่างก็เข้าใจในทันทีว่าหลางซานเอ๋อหมายถึงสิ่งใด
-ไอ้ตัวไร้สาระ อย่ามาพูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง พื้นที่แห่งนี้กัปตันจะโดนลงทัณฑ์ได้ยังไงกัน นอกซะจาก….-
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ ต่อให้ไม่ต้องพูดจนจบก็บอกได้เลยว่ามีเพียงอย่างเดียวที่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมคนเป็นถึงไม่อาจอยู่ที่นี่ได้
-ลองหาดูก่อน-
ถึงแม้ว่าทุกคนจะคิดไปในทำนองเดียวกัน แต่หยานเสวี่ยเองก็ยัง