ดียว นั่นก็คือเฉินเฉียง
“เพื่อนกัว ข้าได้ยินมาว่าแก่นโลหิตนี้มีพลังพอจะทำให้นายพลวิญญาณขั้นสูงเปิดจุดได้สองสามจุดเลยทีเดียว นี่หมายความว่าเฉินเฉียงใช้โอกาสนี้ในการทะลวงขั้นงั้นเหรอ”
เมื่อเห็นว่าจางหยวนรู้สึกตื่นเต้นยืนดี กัวเหลียงก็อดที่จะบ่นพึมพำออกมาไม่ได้ “เจ้าเองก็ทะลวงขั้นได้แล้วจะไปตื่นเต้นทำไมกัน ฮึ รอก่อนเถอะ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ข้าจะสั่งสอนไอ้เด็กเวรนี่ให้รู้สึกสำนึกซะมั่ง กล้ามาเล่นศิษย์พี่แบบนี้ ข้าจะปั่นหัวไอ้เด็กนี่จนกว่าจะร้องขอขมา”
“โย่ เจ้านี่ช่างมีกึ๋นพองโตซะจริง กัวเหลียง ข้าจำได้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าเองก็มีระดับขั้นที่เหนือกว่าแต่ยังแพ้ศิษย์น้องเป็นว่าเล่นเลยไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ศิษย์น้องอยู่ในระดับเดียวกับเจ้าแล้วเจ้าจะเอาปัญญาที่ไหนไปชนะกัน”
“ฮี่ฮี่ฮี่ ข้าก็พูดไปอย่างนั้นเองน่า พวกเราเป็นพี่น้องที่ดีจะมาต่อสู้ฆ่าแกงกันให้เสียเวลาไปไย”
….
ในตอนที่แก่นโลหิตระเบิดพลังออกมาในขณะที่อยู่ในร่างของเฉินเฉียงนั้น เสียงร้องของเฉินเฉียงได้เข้าหูของทุกคน
แต่เดิม ทุกคนคิดว่าเฉินเฉียงนั้นที่ตะโกนลั่นออกมาเป็นเพราะดูดซับผิดพลาดจนทำให้แก่นสายเลือดไหลออกมา แต่มีเพียงเฉินเฉียงเท่านั้นที่รับรู้ว่าเมื่อตอนที่เขาตะโกนลั่นออกมานั้น เป็นจุดที่ขอบเขตจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเขานั้นทะลวงสู่ขั้นกลาง
ส่วนที่ผลักทุกคนให้กระเด็นกระดอนไปนั้นไม่ใช่พลังจากแก่นสายเลือดที่รั่วไหล แต่เป็นผลจากการยกระ