าทางสับสนอลหม่านกันในทันที
เฉินเฉียงได้หันไปมองนักรบของทั้งสามเผ่าพันธุ์ที่กำลังสับสนอยู่นั้นทำให้เขานึกขึ้นมาว่านักรบเหล่านี้กลัวอะไรกัน
และเมื่อได้เห็นว่าในหมู่นักรบที่อยู่ในระดับขั้นบันไดที่ต่ำกว่านั้นมีกัวเหลียง หนี่เฟิง และจางหยวนอยู่ได้ เขาก็ได้ถามออกมา
-ศิษย์พี่กัว พวกท่านไปออกันทำไมตรงนั้นล่ะ-
เมื่อได้ยินเสียงของเฉิงเฉียงผ่านการส่งเสียงทางจิตวิญญาณนี้ กัวเหลียงก็มีท่าทางราวกับจะกระอักเลือดในทันที
-ไอ้น้องเล็ก นี่เจ้ายังเป็นคนจริงๆอยู่อีกรึเปล่าเนี่ย ทำไมเจ้าถึงได้มีพลังเหลือรับได้ขนาดนั้น-
-เป็นพลังของเจ้านั่นแหละที่ผลักพวกข้าให้ถอยร่นจนมาถึงนี่-
-ศิษย์น้องเล็ก เจ้าจำไว้เลยนะ ข้าจะไม่มีวันลืมหนี้ที่เจ้าทำร้ายศิษย์พี่ในครั้งนี้ สักวันข้าจะทำให้เจ้าชดใช้ให้ได้-
ก่อนหน้านี้ ด้วยการที่เฉินเฉียงมัวแต่จมจ่อมอยู่กับการดูดซับแก่นโลหิตทำให้เขานั้นไม่ได้รับรู้ว่าคลื่นพลังที่เกิดจากการข้ามขั้นของขอบเขตจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเขา เขาไม่คิดจริงๆว่ามันจะทำให้เกิดคลื่นพลังกระแทกใส่ผู้คนขนาดนี้ นี่ทำให้เขารู้สึกสำนึกเสียใจอยู่บ้าง
-น่าๆศิษย์พี่กัว อย่างน้อยๆตอนนี้ข้าก็ไม่เป็นอะไรแล้วนา-
เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงได้รวบรวมพลังและก้าวเดินขึ้นบันไดขั้นถัดไป
ด้วยการที่เขานั้นเปิดจุดลมปราณสองจุดในคราวเดียว นี่ทำให้เขานอกจากจะอยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงแล้ว ร่างกายของเขายังรู้สึกได้ราวกับพลังสายเลื