อกมาแบบนี้นั้นเป็นเพราะว่าชุยหยันหลันเองก็เปิดจุดชีพจรได้เพียงยี่สิบจุดเพียงเท่านั้น และนี่ทำให้เธอยังเป็นนายพลวิญญาณขั้นกลางอยู่ ด้วยระดับการบ่มเพาะของเธอที่ไม่ด้อยไปกว่าเขานี้ทำให้เขาคิดว่าเธอเองจะสามารถเปิดจุดชีพจรจุดต่อไปได้อย่างง่ายดาย
-ข้าลองดูแล้วแต่ไม่สามารถทำได้น่ะ ข้าเลยคิดจะล้มเลิก ศิษย์น้องเองก็พยายามเข้าล่ะ-
-ไม่ ศิษย์พี่หยันหลัน บันไดสู่สรวงสวรรค์นี้ไม่ได้จะหายในเวลาอันสั้นซะหน่อย ยิ่งไปกว่านั้นคือท่านสามารถบ่มเพาะที่นี่ได้ ยังไงซะทั้งสามกองกำลังก็ไม่กล้าทำอะไรท่านอยู่แล้ว และไม่แม้แต่จะกล้าขัดขวางการเปิดจุดบ่มเพาะ แล้วท่านจะกลัวอะไร-
-ศิษย์พี่หยันหลัน ค่อยตามข้าขึ้นไปหลังจากเปิดจุดชีพจรได้หลังจากขึ้นไปถึงที่สุดจริงๆแล้วจะดีกว่า ข้าบอกได้เลยว่านี่จะเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะของท่านในภายภาคหน้าได้อย่างแน่นอน-
ในฐานะนายพลแห่งกองกำลังเทียนเว่ย ในฐานะสมาชิกของกองกำลังเทียนเว่ย มีหรือที่เขาจะถอยหนีกับเรื่องแค่นี้
-ไปกันเถอะ-
เมื่อเห็นสายตาที่มุ่งมั่นของเฉินเฉียงแล้ว ชุยหยันหลันก็ได้พยักหน้ารับก่อนที่จะเดินตามเฉินเฉียงขึ้นไป
ในที่สุด ทั้งสองก็ไปถึงขั้นที่สี่ร้อยสี่สิบ ชุยหยันหลันในตอนนี้นั้นเหงื่อชโลมกาย แข้งขาสั่นไปหมด เธอกัดฟันแน่นเพื่อจะฝืนยื้อขึ้นไปอีกสองสามครั้งแต่ก็ไม่อาจจะทำได้
นี่เองดูเหมือนจะเป็นขีดสุดของเธอ
-พี่สาวหยันหลัน ท่านควรจะพักอยู่ที่นี่แล้วทำการบ่มเพาะอยู่