้ายื่นให้กายา อีกเพียงลมหายใจเดียวก็จะมีคนตามกลิ่นมาเชือดข้าแล้วส่งไปเกิดใหม่…’
ว่าไปแล้ว ตัวการเบื้องหลังทั้งหมดนี้คือผู้ใดกันแน่?
ลวี่หยางเองก็รู้ดี ว่าตนแสดงออกอย่างชัดเจนว่าปรารถนาพลังไม้ขาลผ่านหงจวี่ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งและย่อมดึงดูดภัยเงียบ
แต่ปัญหาคือ สถานที่บัดซบนี่…มัน เก็บตัวไม่ได้เลยต่างหาก!
หากไม่เสี่ยงเสียบ้าง เขาก็ไม่มีทางสะสมบุญลิขิตได้มากพอเพื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายไม้ขาล ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่ตอนตกลงแลกเปลี่ยน เขาก็เตรียมใจไว้แล้ว…
‘ตอนนี้ ข้าถูกจ้องมองจากเจินจวินอย่างน้อยสองคนแน่นอน!’
‘อั้งเซียว, ชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวิน… หงยวิ๋นเองก็น่าจะเฝ้าดูอยู่ด้วย แต่เจ้านั่นไม่เป็นไร… ปัญหาหลักคือเฟยเสวี่ยกับอั้งเซียวนี่แหละ’
ภาพที่อั้งเซียวเคยตามติดเขาอย่างเงียบงันยังคงตรึงแน่นในความทรงจำ ส่วนเฟยเสวี่ยเจินจวิน แม้ดูเผินๆ จะไม่ได้เชี่ยวชาญทางนี้ แต่ระดับบรรลุของนางสูงลิบลิ่ว สำหรับเขาแล้วไม่ต่างกันเลย การจะถูกนางจับตาโดยไม่รู้สึกตัวนั้น ช่างง่ายดายดั่งยื่นคอให้เชือด
‘แต่นอกเหนือจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้อีกทางหนึ่ง…’
เจียงหนาน เรือนกระบี่ซ่อน
กายาเซียนวิญญาณของลวี่หยางเงยหน้าขึ้น แบกกระแสคลื่นแห่งวัฏฏะไว้ในอ้อมแขน จ้องฟ้าเบื้องบนภายใต้การเสริมส่งของความอัศจรรย์กระจ่างทะลุปรุโปร่ง
ในแววตาของเขา…ฉายแววครุ่นคิดเคร่งเครียด
นี่เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเลือนหายไปเลย…นับแต่วันที่เข