ิบกว่าศพ
“ไม่มี ไม่มี นี่ก็ไม่มี ไม่มีใครมีมันอยู่เลย”
จางหยวนได้ทรุดลงไปนั่งพังพาบอยู่กับพื้น พร้อมกับพูดพึมพำว่าไม่มีอยู่ซ้ำๆ
หลังจากนั้นเจิ้งยี่ หลูฟาง หลิวซวนเอ๋อ และนี่เฟิงเองก็ทำเฉกเช่นเดียวกัน นั่นก็คือการตรวจสอบศพพวกนี้ ท้ายที่สุด ทุกคนก็มีท่าทางที่ยากจะบรรยาย
นี่พวกเขาพึ่งจะทำสิ่งใดลงไปกันเนี่ย
นี่พวกเขาพึ่งจะฆ่านักรบของเผ่าพันธุ์ลงไปหนึ่งกองกำลัง
และนี่ทำให้คนในกองกำลังเทียนเว่ยที่คิดมาตลอดว่าตนเองคือเทพพิทักษ์ของมนุษย์ รู้สึกตัวว่าได้ฆ่าคนที่สมควรจะต้องปกป้องไป
“ทำไม ทำไม ทำไม อ๊ากกกก”
จางหยวนได้ตะโกนกู่ก้องขึ้นฟ้า ก่อนที่จะหันหน้าแล้วเดินไปหาเฉินเฉียงพร้อมดาบในมือ
“เฉินเฉียง นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเจ้าถึงได้ไปขัดแย้งกับพวกเดียวกันแบบนี้”
“บอกข้ามาสิโว้ย”
หยานเสวี่ยในตอนนี้แสดงท่าทางเย็นชาออกมา เธอพยายามฝืนทนความเจ็บปวดทั้งที่ร่างกายพึ่งจะฟื้นฟูมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วใช้ตัวกีดขวางทางดาบของจางหยวนเอาไว้ “หากเจ้าคิดจะทำอะไรเฉินเฉียงล่ะก็ ข้าศพข้าไปก่อน”
“องครักษ์หยานไม่ต้องทำเช่นนี้หรอก”
เฉินเฉียงได้ส่ายหัวไปมาพลางกดดาบของหยานเสวี่ยลง
“ไม่ นี่คือภารกิจที่ราชาสวรรค์มอบให้ข้าในการคุ้มครองเจ้า นี่คืองานของข้า”
หลังจากพูดจบ หยานเสวี่ยได้สลัดมือของเธอและยังคงยืดตัวตรงกีดขวางทางของจางหยวนเพื่อปกป้องเฉินเฉียงเอาไว้ เธอมองไปที่จางหยวนแล้วพูดออกมา “ไอ้หนู อย่าเห็นว่าข้าบาด