เอาเรื่องนั้นมาล้อข้าเล่นแบบนี้ ข้า เจิ้งยี่ มองเจ้าผิดปายยย อ้า………อ้า แหวะ”
เจิ้งยี่ที่เผลอไปนึกถึงตอนตัวเองเขมือบสิ่งไปไม่พึงประสงค์ลงไปเพราะเฉินเฉียงแล้วก็อดไม่ได้ที่จะวิ่งไปคายของเก่าออกมาในทันที
เฉินเฉียงที่เห็นก็มีความสุขขึ้นมาในทันใด เขาวิ่งเข้าไปหาเศษซากของเก่าที่เจิ้งยี่คายทิ้งออกมา ก่อนที่จะเอาไม้เขี่ยดูจนทั่วเพื่อหาเศษร่างของมนุษย์กลายพันธุ์ร่างอ้วนผิวคล้ำตนนั้น
เมื่อเห็นฉากนี้แล้ว กัวเหลียง จางหยวน และคนอื่นๆในกองกำลังต่างก็คิดว่าเฉินเฉียงนั้นสมองของเขามีปัญหาจากการโจมตีทางจิตวิญญาณก่อนหน้านี้ไปแล้ว
“กัปตัน นี่ท่านทำบ้าอะไรเนี่ย”
เจิ้งยี่ที่กำลังอ้วกออกมานั้นเห็นฉากนี้ก็สับสนขึ้นมาในทันใด
ดูเหมือนว่าคำพูดของเฉินเฉียงที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่การแกล้งเขาแต่อย่างใด เพราะเฉินเฉียงนั้นดูเหมือนกำลังหาบางอย่างจริงๆ
“กัปตัน นี่ท่านหาอะไรกันแน่”
เฉินเฉียงที่มัวแต่ง่วนหาเศษร่างของมนุษย์กลายพันธุ์ร่างอ้วนผิวคล้ำอยู่นั้น ในเมื่อหายังไงก็หาไม่เจอ ก็ได้พูดออกมาโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองและมองหาต่อไป “อ้าว ก็ข้าบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าข้านั้นต้องการเศษชิ้นส่วนจากเจ้าอ้วนดำนั่นน่ะ”
ด้วยคำพูดนี้ทำให้เจิ้งยี่ราวกับโดนหมัดตรงไปที่ท้องแล้วเริ่มอ้วกออกมาอีกครั้ง
หลังจากอ้วกออกมาจนหน้าซีดเซียวแล้ว เจิ้งยี่ก็ได้ถามออกมา “กัปตัน นี่ท่านคิดจริงๆเหรอว่าข้านั้นกินไอ้อ้วนดำนั่นลงไปจริงๆ”
“ข้าแค่เขมือบม