ันลงไปเท่านั้น”
“ท่านเข้าใจรึเปล่าเนี่ย”
“หรือว่าท่านนั้นอยากได้ของของมันกัน”
“ขอข้าดูก่อนนะว่ามันเหลืออะไรไว้บ้าง”
หลังจากพูดจบ เจิ้งยี่ก็ได้อ้าปากของตนออกอย่างกว้างขวาง
“แหว่ะ”
ไม่นาน กระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็ได้ถูกคายออกมาจากปากของเขา มันคืออาวุธของมนุษย์กลายพันธุ์ร่างอ้วนผิวคล้ำตนนั้น
เฉินเฉียงได้หยิบมันขึ้นมาแล้วเขวี้ยงไปไกลๆ ไม่แม้แต่มองมันแม้แต่น้อย “ไม่ ข้าไม่ต้องการไอ้นี่”
หลังจากผ่านไปสักพัก เจิ้งยี่ก็ได้คายแหวนมิติออกมาจากปาก
“ไม่เอาเว้ย ข้าไม่ต้องการเอานี่เหมือนกัน ข้าอยากได้ร่างของไอ้อ้วนดำนั่นเว้ย ไม่ต้องทั้งร่างก็ได้เอ้า แค่ขา ขาน่ะ ขอแค่ขาสักข้างก็ยังดีเว้ย”
“อุ้บ”
ในตอนนี้ที่จางหยวนที่มองฉากเหตุการณ์นี้อยู่นานเริ่มที่จะอ้วกขึ้นมาบ้าง
เจิ้งยี่ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดออกมา “กัปตัน ข้านั้นไม่สามารถคายสิ่งที่ท่านต้องการออกมาได้จริงๆ”
“ไอ้พลังจอมเขมือบนี้มันกลืนร่างของศัตรูที่ข้าเขมือบลงไปในทันที”
“หากว่ากัปตันอยากจะได้มันจริงๆ งั้นคงต้องให้ข้าลองดูอีกพักใหญ่อ่ะ”
เฉินเฉียงยกมือขึ้นห้ามปรามในทันใดเมื่อได้ยิน “ไม่เอาก็ได้ฟะ”
คงเป็นอีกครั้งที่เขามีโชคไม่พอจริงๆ ที่ไม่อาจได้รับโอกาสที่จะได้เรียนรู้พลังเหนือมนุษย์ด้านพลังจิตที่ลึกล้ำแบบนี้
“จางหยวน พี่ใหญ่ รีบไปขุดเหมืองแก่นวิญญาณดีกว่า ไม่อย่างนั้นละก็เดี๋ยวพวกสัตว์ประหลาดหรือมนุษย์กลายพันธุ์จะมาที่นี่กันซะก่อน แล้วหากเป็นแ