็จดจำได้ดีว่าตั้งแต่เจิ้งยี่เข้ามาในเขตแดนจักรพรรดิแล้วยังไม่เห็นว่าเจิ้งยี่จะได้เข่นฆ่านักรบเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยสักคน
“แล้วก็นะ หากว่าไม่ใช่เจิ้งยี่ยอมเผยตัวเพื่อช่วยเหลือข้า ข้าเองก็สมควรจะตกตายในน้ำมือของไอ้อ้วนตัวดำนั่นแล้วไม่ใช่รึไง”
เฉินเฉียงได้ถามคำถามนี้ออกมาทำให้หลิวไฮ่และคนอื่นก้มหน้าก้มตาในทันที
“มันก็จริงนะรองกัปตัน หากไม่ใช่เจิ้งยี่ พวกเราเองก็ต้องสูญเสียไม่น้อยยามที่ต้องสู้กับสัตว์ประหลาดพวกนั้น”
“อย่างตอนที่เม่ยหลัวหลันยังเป็นนายพลวิญญาณขั้นต้นอยู่ หากไม่ใช่เจิ้งยี่คอยช่วยเหลือ หลัวหลันก็คงตกตายในน้ำมือของมนุษย์กลายพันธุ์ตนนั้นนานแล้ว”
“รองกัปตัน เจิ้งยี่นั้นไม่ได้ทำอันตรายต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยนะ พวกเราจะไม่มีข้อยกเว้นสักหน่อยเหรอ”
เมื่อได้ยินคำอ้อนวอนจากแม่บ้านประจำกองแล้ว จางหยวนก็ได้ตะคอกออกมา “พวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมด”
“เจ้าลืมแล้วรึไงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยน่ะ”
“ไม่ว่ายังไงซะเจิ้งยี่ก็เป็นมนุษย์กลายพันธุ์เลยนะเว้ย”
“เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวเจิ้งยี่ก็สมควรจะตายเป็นพันครั้งแล้ว”
“จางหยวน ไอ้เวรตะไล”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เฉินเฉียงได้โกรธจัดก่อนที่จะใช้แขนคว้าคอจางหยวนเอาไว้จนเสียหลัก แล้วตวาดออกไป “จางหยวน ข้ารู้ว่าพ่อของเจ้า ไม่สิญาติพี่น้องของทุกคนในกองกำลังตกตายในมือมนุษย์กลายพันธุ์ อย่าว่าแต่พวกเจ้า พ่อของข้า เฉินเทียนเว่ยเองก็ไม่ยกเว้น”
“ข้า เฉินเฉียงผู้