รู้มาว่าสถานะของฉิงเชินนั้นถูกพวกมนุษย์กลายพันธุ์รับรู้แล้ว แถมยังมาจากสายลับของพวกมันที่ยังแฝงตัวอยู่เผ่าพันธุ์ซะอีก
นี่คือเหตุผลที่ว่าข้านั้นคิดว่าภารกิจของเราในตอนนี้คือการหาสายลับของศัตรูในเผ่าพันธุ์
ไม่อย่างนั้นละก็ หากพวกเราออกไปจากที่นี่ได้ ไม่รู้ว่าจะมีมนุษย์กลายพันธุ์อีกสักเท่าไหร่ที่จะปะปนในเผ่าพันธุ์มนุษย์
หากข้าไม่รีดพิษร้ายนี้ออกให้หมด พวกมันจะกลายเป็นหายนะของเผ่าพันธุ์ของเราในภายภาคหน้า
เจิ้งยี่เองก็มีท่าทีเห็นด้วยในทันที “กัปตัน ท่านพูดถูกต้องแล้ว แต่พวกเราจะตรวจสอบได้ก็เพียงแต่มนุษย์กลายพันธุ์ธรรมดาด้วยการส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณและการโจมตีทางจิตเพียงเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นหากที่ท่านพูดออกมาก่อนหน้านี้นั้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมนุษย์กลายพันธุ์ในขณะที่มีชีวิตอยู่นั่น แล้วพวกเราจะพบพวกมันได้ยังไง”
“ในตอนนี้ข้าเองก็ยังไม่มีวิธีการแยกแยะพวกนักรบมีชีวิตกับเผ่าพันธุ์ของเราดีสักเท่าไหร่นัก แต่เรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้จริงๆ ข้าจึงคิดแผนการที่รุนแรง และให้จางหยวนเป็นคนลงมือ”
เจิ้งยี่พยักหน้ารับและก็สังเกตเห็นว่าจางหยวนส่งข้อความมาหาเขา เขาจึงยืนขึ้นและรีบจากไป
เมื่อเขากลับไป เมื่อจางหยวนเห็นเจิ้งยี่ก็วิ่งเข้ามาหาในทันที
หลังจากเฉินเฉียงจากไปแล้ว คนในกองกำลังเทียนเว่ยต่างก็เป็นห่วงเขาในอาการบาดเจ็บที่แสนจะหนักหน่วงนั่น
เมื่อเห็นเจิ้งยี่มาถึง กัวเหลียงก็รีบถามออกมา “เจิ้งยี่ ศิษย์