้หัวเราะเยาะออกมาอย่างหมดใจเมื่อได้ยิน “ฮ่าฮ่าฮ่า แค่ได้ฟังคำพูดของเจ้าแล้วก็สมควรแล้วล่ะที่ราชาฉินของเจ้าจะถูกข้าเรียกว่าหมูโง่นะ”
“เจ้านายยังไง ลูกน้องก็อย่างนั้น”
“ไม่คิดเลยว่าแม้แต่พวกแกก็ยังเป็นหมูโง่ไปกับเขาด้วย”
“หรือจะคิดว่าเป็นเพราะมีพวกมากกว่ากัน”
“พวกเจ้าอย่าได้หลงลืมไปว่าเว่ยฉิงเชินผู้นั้นเป็นนักรบสายเลือดระดับนายพลวิญญาณขั้นสูง”
“มันไม่ยากที่พวกเจ้าจะฆ่านาง”
“แต่เมื่อเจ้านั้นมีเป้าหมายในการทำให้นางเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน”
“ด้วยความโง่เง่าจนมั่นหน้าของเจ้าน่ะคิดจริงๆเหรอว่าจะเข้าใกล้พอจนฝังแผ่นแก่นพลังงานลงไปได้”
หลังจากถูกก่นด่าโดยเฉินเฉียงอีกครั้ง นี่ทำให้หลิวหมิงไม่คิดจะทนอีกต่อไป
แต่เพื่อให้ภาพใหญ่นั้นสำเร็จ หลิวหมิงจึงได้ฝืนกล้ำกลืนความโกรธลงไปอีกครั้ง
“นายท่านหลิวหลาง คำพูดของท่านก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล”
“ข้าขอบอกความจริงก็ได้ว่าพวกเรานั้นไล่ล่าพวกนางมากว่าสองวัน เข่นฆ่าพวกนางไปหลายต่อหลายคน”
“ถึงจะกระนั้น แต่พวกเราก็ไม่อาจทำอะไรเว่ยฉิงเชินได้เลยในช่วงสั้นๆ”
“ในเมื่อนายท่านหลิวหลางพูดออกมามากมายขนาดนี้ ข้าล่ะอยากจะรู้จริงๆว่านายท่านมีแผนจะฝังแผ่นแก่นพลังงานในหัวสมองของนางได้ยังไง”
“คำพูดนี้ทำให้เฉินเฉียงอยากจะเถียงออก”
เฉินเฉียงลอบโกรธอยู่ภายในใจออกมาในทันที หากว่าเขานั้นยั่วโมโหผู้นำกองกำลังนี้ และในตอนนี้เขานั้นไม่คิดว่าการยั่วโมโหอาจจะสำเร็จลงได้
แต่หลังจากนิ่ง