กเขามีเวลามากพอ เขาก็สามารถจัดการด้วยตัวคนเดียวได้หมด
อย่างไรก็ตาม เขานั้นไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป กองกำลังเทียนเว่ยนั้นไม่เพียงแต่เป็นคนของเขาเท่านั้น หากเขามัวแต่ปกป้องคนในกองกำลังเอาไว้ แล้วพวกเขาจะเติบโตได้ยังไงกัน
หากว่ากองกำลังของเขาไม่มีประสบการณ์ที่ถูกทุบตีด้วยเลือดแล้วเปลวเพลิงอย่างหนักล่ะก็ พวกเขาเองก็คงไม่อาจจะกลายเป็นนักรบที่ทรงคุณค่าได้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขานั้นคิดจะใช้โอกาสนี้ฝึกฝนคนในกองกำลัง
ตราบใดที่อันตรายยังไม่ถึงชีวิต นี่สมควรจะทำให้พวกเขาแสดงศักยภาพของตนเองออกมาอย่างเต็มกำลัง
เฉกเช่นเจิ้งยี่ที่หลังจากดูดซับแผ่นแก่นพลังงานไปหนึ่งแผ่น เขาในตอนนี้เปิดจุดชีพจรจุดที่ยี่สิบเจ็ดได้ และนี่ทำให้เขานั้นก้าวขั้นสู่ระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงช่วงกลาง
มีเพียงนายพลทักษะพิเศษขั้นสูงเท่านั้นที่ได้เปรียบเขาในตอนนี้
เฉินเฉียงได้ใช้ท่าเท้าของตนจัดการศัตรู ก่อนที่จะส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณไปหาเจิ้งยี่ว่า –เจิ้งยี่ ในเมื่อเจ้านั้นมีพลังเหนือมนุษย์ ทำไมเจ้าไม่ใช้มัน-
-อย่างน้อยๆไอ้เกราะเหล็กไหลนั้นก็ยังรับรองชีวิตเจ้าได้ไม่ใช่รึไง-
แต่เจิ้งยี่ยังคงตอบออกมาอย่างดื้อดึง “เฉินเฉียง เลิกพูดเรื่องนี้ซะ ต่อให้ข้าต้องตกตายก็ไม่ยอมใช้มัน”
และนี่ทำให้เจิ้งยี่ระเบิดพลังออกมา ก่อนที่จะกระหน่ำโจมตีใส่ศัตรูตรงหน้า
แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายนั้นเหนือกว่า เจิ้งยี่ได้พลาดท่าและถูกฟันไปที่อกหนึ่งแผล แต่เจิ้งยี