รง หากฉีเหอเจินเหรินมอบให้เขาเปล่าๆ เขาคงเป็นฝ่ายไม่สบายใจเสียเอง เพราะนิกายศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยมอบสิ่งใดเปล่าๆ หากมีให้เปล่า แสดงว่าต้องเป็นกับดัก!
“เจ้าต้องใช้เวลากี่วันในการจัดหา?”
“สามวันก็พอ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของฉีเหอเจินเหรินก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน “แคว้นเจียงหนานเปี่ยมด้วยผู้มีฝีมือ การจัดหาสิ่งของในที่นี้ย่อมสะดวกกว่าภายใต้การปกครองของนิกายศักดิ์สิทธิ์มากนัก”
ลวี่หยางได้ยินดังนั้นก็กระตุกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “…อย่างนั้นรึ?”
จากนั้น ฉีเหอเจินเหรินก็คล้ายจะเริ่มคึกคักขึ้นมาบ้าง ลูบเคราพลางเอ่ยว่า
“ภายใต้การปกครองของนิกายศักดิ์สิทธิ์ ที่จริงก็ยังมีธรรมเนียมที่ไม่ได้เขียนไว้บางอย่างอยู่”
“ต่อให้เป็นศิษย์ผู้มีฝีมือ จะใช้งานก็ต้องมีขอบเขต ห้ามถึงขั้นสังหารหมดเกลี้ยง ศิษย์บางคนที่มีพรสวรรค์แท้จริง นิกายศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ตระหนี่ในการบ่มเพาะ เพราะฉะนั้นเจินเหรินหลายคนในทะเลเมฆเชื่อมฟ้า จึงมีไม่น้อยที่ยั้งมือ ไม่กล้าลงไม้ลงมือให้เด็ดขาดจนเกินไป”
“…มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?”
ลวี่หยางอ้าปากเล็กน้อย เมื่อนึกถึงความยากลำบากในเก้าชาติก่อนหน้าของตนก็ถึงกับพูดไม่ออก นิกายศักดิ์สิทธิ์มีระเบียบการคัดกรองผู้มีฝีมือเช่นนั้น แล้วนี่เรียกว่ามียั้งคิดแล้วเรอะ?
พวกเจ้าจะยังสรรหากลอุบายอะไรได้อีก?
ขณะสนทนา ฉีเหอเจินเหรินก็พาลวี่หยางเข้าไปยังส่วนในของร้าน ยื่นมือสะบัด ครู่เดียวก็เห็นแผ่นหยกหลาย