่งน่ะ คำสั่ง”
เฉินเฉียงนั้นพอจะรับรู้อะไรอยู่บ้าง แต่เขานั้นก็คิดว่าเจิ้งยี่นั้นควรจะอยู่คอยป้องกันกองกำลังไว้มากกว่า
ด้วยการที่เจิ้งยี่ในตอนนี้นั้นอยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นสูง ไม่มีใครเหมาะที่จะระวังหลังให้เขามากกว่าเจิ้งยี่อีกแล้ว
แต่เขานั้นไม่คิดว่าเจิ้งยี่นั้นมีใจหนักแน่นราวหินผา ไม่ว่ายังไงก็ไม่เปลี่ยนใจ
“ขอโทษครับกัปตัน แต่ข้านั้นได้ลั่นวาจาออกไปแล้วว่าข้านั้นต้องการเป็นองครักษ์ของท่านเมื่อได้เข้ากองกำลังเทียนเว่ย”
“หากมีอะไรเกิดขึ้นกับท่านและข้านั้นยังอยู่ดี ผู้คนคงคิดว่าข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดีพอ”
“หากท่านไม่ต้องการให้ข้าติดตาม ก็เตะข้าออกจากกองกำลังได้เลย”
เมื่อเห็นท่าทางของเจิ้งยี่แล้ว เฉินเฉียงไม่มีทางเลือกได้แต่ทำตาม
ส่วนไอ้เรื่องความเป็นหนึ่งเดียวกับกองกำลังอะไรนั่น เขาคงทำได้เพียงรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เท่านั้น
“ก็ได้ จางหยวน ข้ากับเจิ้งยี่จะล่วงหน้าไปสำรวจก่อนแล้วกัน หากมีอะไรเกิดขึ้น ข้าจะให้เจิ้งยี่ส่งข้อความหาท่าน”
“ด้วยการที่สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่แน่ชัด พวกเราจำเป็นต้องไปตรวจสอบดูพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน”
หลังจากพูดจบลง เฉินเฉียงเป็นคนแรกที่ทะยานออกไปด้วยก้าวย่างสวรรค์ ติดตามไปด้วยเจิ้งยี่
ถึงแม้ว่าพลังจิตของเขานั้นจะแข็งกล้า แต่ระยะทางของย่างก้าวสวรรค์ที่เขาใช้ได้นั้นก็แทบจะเทียบเท่ากับระยะตรวจจับของกระแสจิตของเขาเลยทีเดียว
ก่อนที่กลุ่มของเฉินเฉียงจะ