้าง
ตอนที่เขานั้นอยู่ที่สำนัก เจิ้งยี่เองก็ได้ออกไปโลกภายนอกอยู่บ่อยครั้ง
แต่เขาจดจำได้ว่าไม่มีใครที่ตรวจพบเจอสิ่งของได้ละเอียดถี่ยิบมากเท่าเฉินเฉียงมาก่อน
“หากดูจากความเร็วของท่านแล้ว ถึงแม้พวกเราจะไปถึงช้าอยู่บ้าง แต่พวกเรานั้นน่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือไปด้วย”
“ฮี่ฮี่ฮี่” เฉินเฉียงหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบโสมเก้ากษัตริย์ต้นหนึ่งขึ้นมาและกัดเข้าไปอย่างเต็มปากเต็มคำ และเขี้ยวมันราวกับเป็นขนมขบเคี้ยวอย่างหนึ่ง
“ไอ้ฉิบหาย”
จางหยวนกับพวกที่พึ่งจะมาถึงก็เห็นเฉินเฉียงและนิ่งอึ้งไปเมื่อเห็นว่าเขานั้นกำลังเคี้ยวโสมเก้ากษัตริย์อยู่
“ม่ายยยย นี่เจ้ารู้บ้างรึเปล่าว่าโสมเก้ากษัตริย์นั่นที่โลกภายนอกแพงขนาดไหน” กัวเหลียงได้กรีดร้องออกมาก่อนที่จะแย่งโสมมาจากมือของเฉินเฉียงแล้วเอาผ้าเช็ดน้ำลายออก
“ศิษย์พี่กัว นี่ท่านจะเดือดเนื้อร้อนใจไปทำไมกัน มันยังมีอีกตั้งเยอะนะ” เฉินเฉียงชี้ไปที่โสมเก้ากษัตริย์ที่กองไว้และพูดออกมา “โสมพวกนี้มีอายุอย่างน้อยก็ร้อยปีล่ะนะ”
“และหากดูตามกฎของเวลาและสถานการณ์แล้ว ที่เขตแดนจักรพรรดิแห่งนี้ไม่มีคนเข้ามากว่าสิบปี หรือก็คือคนที่เข้ามาในเขตแดนนี้พลาดพวกมันไปอย่างน้อยๆก็สิบครั้ง”
“แล้วท่านรู้อะไรรึเปล่า”
“โสมเก้ากษัตริย์นี้ไม่เพียงจะใช้ในการปรุงยาเท่านั้นนะ มันยังสามารถกินตรงๆได้อีกด้วย”
เม่ยหลัวหลันที่เปรียบได้ดั่งแม่บ้านประจำกองทัพนั้นเมื่อเห็นว่าเฉินเฉียงกำลังทำเรื่อ