ะผู้อาวุโสเทียที่อยู่ข้างๆได้พูดออกมา
“เฮ้ออออ ผู้อาวุโสฮั่น ช่างมันเถอะ ทำไมเจ้าต้องไปใส่ใจกับท่าทางของผู้น้อยแบบนี้กัน”
“แถมนี่ก็เกือบถึงเวลาที่ต้องเปิดเขตแดนแล้วนะ ช่างมันแล้วรีบเตรียมตัวได้แล้ว”
อย่างที่คาด ถึงแม้ว่าระดับการบ่มของผู้อาวุโสถงและผู้อาวุโสเทียจะด้อยกว่าฮั่นจุย แต่ทั้งสองต่างก็เป็นผู้อาวุโสของสภาสูง ฮั่นจุยจึงไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงเลิกรังแกเด็กไป
“ฮ่าฮ่าฮ่า โชคดีไปนะเอ็ง เฉินเฉียง เห็นแก่หน้าผู้อาวุโสทั้งสองนี่หรอกนะ เรื่องในวันนี้ข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้า”
หลังจากนั้น ฮั่นจุยได้พูดออกมาอย่างเย็นชา “เว่ยหยวนตี้ ในเมื่อลูกสาวของเจ้านั้นอยากจะเข้าไปในเขตแดนจักรพรรดินักล่ะก็ ได้ แต่ข้าหวังว่าเจ้านั้นจะหาคนที่มีฝีมือพอที่จะปกป้องเธอได้ด้วยก็แล้วกันนะ”
“หากว่าเธอนั้นเป็นอะไรขึ้นมาตอนอยู่ที่นั่น คนคนนั้นต้องถูกประหาร”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ยังมีใครที่กล้าจะอยู่ข้างเธออีก
เว่ยฉิงเชินโกรธจัดในทันทีเมื่อได้ยิน “ผู้อาวุโสฮั่น ข้าจะเป็นจะตายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนอื่นกัน นี่มันเรื่องของข้าไม่ใช่คนอื่นเลยสักนิด”
“และข้านั้นไม่ต้องการให้ใครมาปกป้องข้าเลยสักนิด”
“หากท่านยังคิดจะบังคับข้า ข้า เว่ยฉิงเชิน ขอสาบานว่าจะรายงานเรื่องของท่านต่อสภาสูงให้จงได้”
“ฉิงเชิน นี่เจ้าจะมากเกินไปแล้ว”
เว่ยหยวนตี้โกรธขึ้นมาในทันที เขานั้นอยากจะตบหน้าลูกสาวของตนสั่งสอนสักทีเสียตรงนี้ แต่เมื่อเขานั้นได้