่วมกับกองกำลังเทียนเว่ยของเฉินเฉียงครับ”
เสียงของเจิ้งยี่นั้นชัดถนัดถนี่จนทำให้จางหยวนและคนอื่นๆนั้นลุกพรวดขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยิน
“พี่จางหยวน หยิกข้าที นี่ข้าฝันไปรึเปล่า นี่ข้าไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม”
“ไอ้ลูกหมา เจ้าไม่ได้หูฝาด เจิ้งยี่นั้นเลือกที่จะเข้าร่วมกับพวกเราจริงๆ”
จางหยวนพูดออกมาด้วยใบหน้าที่สั่นระริกในทันที
“จางหยวน ทำไมเจ้าดูไม่ดีใจเลยล่ะ ไม่ว่าจะยังไงซะ เจิ้งยี่เองเป็นถึงอันดับหนึ่งของการประลองเลยนา การได้เขาเข้ามาร่วมกองกำลังย่อมหมายความว่าพวกเราจะแข็งแกร่งขึ้นนะ”
จางหยวนได้ชักสีหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะอธิบายให้กับหลิวซวนเอ๋อฟัง “ซวนเอ๋อ แน่นอนว่าข้านั้นย่อมยินดีที่เจิ้งยี่เข้าร่วมกองกำลังของเรา”
“แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขานั้นสูงล้ำกว่าเฉินเฉียงมากนัก ข้าเกรงว่าเขาเองจะเล็งตำแหน่งกัปตันของกองกำลังที่เฉินเฉียงครองเอาไว้”
เหรินหมิงจึงได้สบถออกมา “ถ้าคิดอย่างนั้นจริงก็ต้องข้ามศพพวกเราไปให้ได้ก่อนเถอะ”
“ถูกต้อง หากเขาต้องการเป็นกัปตันของพวกเรา ต้องผ่านข้าก่อน” ม่อโจวเมื่อพูดจับได้ทำการส่ายเอวไปมาอย่างยืดเส้นยืดสายและมองไปที่เจิ้งยี่ที่อยู่บนเวที “เอ่ออออ แต่ทำไมข้ารู้สึกว่าเจิ้งยี่คนนั้นมันดูหนักแน่นแปลกจนมีความรู้สึกว่าจะโค่นไม่ได้กันหว่า”
“เฮ้ เฮ้ เฮ้ สาวน้อย หากถามข้า ข้าว่าเจิ้งยี่ไม่ใช่คู่มือของเจ้านะ”
“หลางซานเอ๋อ เจ้าคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ”
“แหงสิ เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกั