นี้มีการเปลี่ยนแปลง ถึงกระนั้น อย่างน้อยๆ เจิ้งยี่ที่อยู่ในอันดับหนึ่งของการประลองยังไงซะก็ต้องเลือกตึกจอมพลภาคกลางในฐานะองครักษ์เป็นแน่”
จ้าวลี่ที่ได้ยินก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “เข้าเองเคยได้ยินชื่อของเจิ้งยี่มาก่อนแล้ว ถึงแม้ว่าระดับการบ่มเพาะจะต่ำไปหน่อยแต่ยังไงซะในช่วงหนึ่งเดือนนี้เขาสมควรจะพัฒนาฝีมือขึ้นมาได้ ดีไม่ดีอาจจะขึ้นไปสู่ระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงเลยก็ว่าได้”
“ยิ่งไปกว่านั้นคือเขานั้นยังสามารถค้นพบสายลับมากมายได้ขนาดนี้ การได้รับเขาเข้าไปถือได้ว่าตึกจอมพลของข้าได้ประโยชน์อย่างที่สุด”
“แต่ยังไงซะกับเรื่องนี้ก็ต้องปล่อยให้เจ้าตัวตัดสินใจล่ะนะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า พี่จ้าวก็พูดเป็นเล่นไปได้ ในเหล่าศิษย์สี่สำนักนี่จะมีใครบ้างที่ไม่อยากเข้าตึกจอมพลภาคกลางและได้อยู่ในตำแหน่งองครักษ์บ้างล่ะ”
“ยิ่งไปกว่านั้นก็ศิษย์สำนักเสือขาวนั้นใช่ว่าจะมีเพียงหลินฟานเท่านั้นที่มีความสามารถสูงล้ำ”
“ข้านั้นคิดว่าแม้แต่เฉียวกังเองนั้น ระดับการบ่มเพาะของเขาสมควรจะเทียบเท่ากับหลินฟานได้เลยด้วยซ้ำ หากเขานั้นไม่ได้โดนหลินฟานแย่งตำแหน่งดาวเด่นไปล่ะก็ ดีไม่ดีป่านนี้เขาคงจะได้ที่หนึ่งแล้ว”
“ข้าเองก็คิดว่าเขานั้นมีโอกาสอย่างมากที่จะเข้าเป็นองครักษ์ของตึกจอมพลภาคกลางด้วยเช่นกัน ท่านไม่คิดอย่างนั้นหรอกเหรอ”
“อืมมมม แต่พูดน่ะมันก็ง่ายล่ะนะ เอาเป็นพวกเราไว้คุยเรื่องนี้หลังจากที่เขาออกมาก็แล้วกัน”
“จะว่าไปข้าว่าเลิกพู