ดเรื่องตึกจอมพลภาคกลางกันดีกว่า พี่เว่ย ข้าได้ยินมาว่าสำนักเต่าดำที่อยู่ในเขตกันหนันนี้มีผลงานไม่น้อยเลยนี่นา ไม่เพียงจะดึงสำนักเสือขาวลงมาจากอันดับสองได้แล้ว เจ้าเองก็ยังชุบเลี้ยงอัจฉริยะผู้หนึ่งเอาไว้ใช่ไหมล่ะ”
“แล้วอีกอย่าง…..พี่เว่ย ข้าได้ยินมาว่าลูกสาวที่รักของท่านนั้นมีร่างกายกระจ่างจิตที่อยากจะพบเจอนี่นา”
“ไม่ว่าใครก็รู้ว่าร่างกระจ่างจิตนั้นหมายความว่ายังไง”
“หากว่าไม่มีอะไรผิดพลาดล่ะก็ เธอเองก็สมควรจะเรียกว่าที่ราชาล่ะนะ ไม่สิ ยังไงซะระดับราชาก็ไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว….”
เมื่อเว่ยหยวนตี้ได้ยินแบบนี้ เขานั้นก็ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นต้องการสื่ออะไรกันแน่
พวกเขาทั้งสองคนนั้นต่างก็สู้กันเรื่องตำแหน่งหน้าที่แบบนี้มากว่าสิบกว่าปีแล้ว นี่จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะคุ้นเคยกับนิสัยของจ้าวลี่คนนี้อย่างมาก
แต่จ้าวลี่คนที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้นั้นกลับเป็นคนที่เขานั้นไม่เคยคุ้นเคยมาก่อน หากไม่ใช่ว่าสนิทกันถึงขั้นระดับนี้แล้ว เขาเองคงจะตอกหน้าหงายเพราะรำคาญไปแล้ว
และด้วยความคุ้นเคยนี้เองจึงเป็นเหตุให้ตึกจอมพลเขตกันหนันแห่งนี้ไม่อาจจะเทียบเคียงกับตึกจอมพลภาคกลางนี้ได้
ตึกจอมพลของเขาจะไปเทียบกับตึกจอมพลที่มีผู้การมากมายแบบนี้ได้ยังไงกันล่ะ
และก่อนที่เว่ยหยวนตี้จะได้พูดอะไรออกมา หลินเฟิงที่อยู่อยู่ข้างๆก็ได้ถามออกมาตรงๆ “ข้าบอกตรงๆเลยนะท่านจ้าว เท่าที่ข้ารู้มา คุณหนูฉิงเชินนั้นจะไปเข้าร่วมกับตึกจอมพ