มควรนับว่าเป็นการพ่ายแพ้แต่อย่างใด”
“หากไม่ใช่เป็นเพราะหลินฟานนั้นต่อสู้พัวพันอยู่กับฉิงเชินล่ะก็ ข้าเองนั้นย่อมไม่อาจจะชนะเธอได้แบบซึ่งๆหน้าอย่างแน่นอน”
“ยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นเพราะฉิงเชินนั้นเชื่อใจข้ามากเธอยังห่วงข้าแทนเลยด้วยซ้ำ นี่จึงเป็นธรรมดาที่เธอนั้นย่อมไม่คิดว่าข้าจะโจมตีเธอ”
“เป็นเพราะคะแนนที่ได้จากเธอด้วยซ้ำที่ทำให้ข้านั้นสามารถจัดการหลินฟานด้วยวิธีการนี้ได้”
“หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือ ฉิงเชินเองสมควรจะได้รับแต้มคะแนนจากหลินฟานด้วยซ้ำ”
“ยิ่งไปกว่านั้นคือ ตอนที่ข้าร่วมมือกับฉิงเชินแล้วยังไม่อาจทำอะไรหลินฟานได้จึงทำได้เพียงใช้วิธีการนี้เท่านั้น นี่ทำให้ข้านึกไม่สบายใจมาจนถึงตอนนี้ มันแสดงออกมาว่าข้านั้นแทบจะไม่คู่ควรกับการประลองนี้จริงๆ”
“ดังนั้น หากพวกท่านไม่จัดการเรื่องนี้ให้ดี ข้าเองก็คิดอยู่ว่าจะประกาศถอนตัวจากการประลองนี้จะดีซะกว่า”
“เฉินเฉียง เจ้า เจ้านี้มันงี่เง่านัก”
หลังจากเฉินเฉียงได้พูดจบลง เฉียนฝู่ที่ยืนอยู่ก็ได้จ้องมองไปที่เขาอย่างเขม็ง “เฉินเฉียง เจ้าเองก็เป็นศิษย์สำนักเต่าดำ เจ้าสมควรจะนึกถึงเรื่องของสำนักเราก่อนไม่ใช่รึไง”
“แล้วเจ้า…..เจ้ายังคิดพูดออกมาว่าเจ้านั้นไม่มีคุณสมบัติพอที่จะประลองออกมาข่มขู่กันอย่างนี้เนี่ยนะ”
เฉินเฉียงได้หันมาหาเขาและก้มหัวให้ในทันที
“ผอ.เฉียน ที่ท่านพูดมาก็ถูก ข้า เฉินเฉียงยังไม่ได้ออกจากสำนักเต่าดำแต่อย่างใด แต่ยิ่งไปกว่านั้นก็