้าไว้เพราะกลัวว่าจะผิดสังเกต
พวกเขาหวังเพียงว่าเฉินเฉียงจะไม่รู้ตัวตนของพวกเขาและทำได้เพียงพยายามล่อลวงพวกเขาให้แสดงตนออกไปด้วยตัวเองได้เพียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงไม่ได้ใส่ใจคนทั้งสามแต่อย่างใด เขานั้นใช้กระแสจิตของตนพุ่งตรงไปตรวจสอบคนคนหนึ่งอย่างหนัก
เป็นเจิ้งยี่
หลังจากเฉินเฉียงได้พูดเรื่องนี้ออกมา ใบหน้าของเจิ้งยี่นั้นแสดงออกมาซึ่งความเศร้าเสียใจและสมเพชตัวเองอย่างเห็นได้ชัด และท่าทางของเจิ้งยี่นี้เองได้ทำให้เฉินเฉียงประเมินค่าเขาอย่างหนึ่งขึ้นมาอยู่ในใจ
แต่เฉินเฉียงไม่คิดว่าเป็นตอนนี้ที่เจิ้งยี่ได้ลุกขึ้นมาก่อนที่จะกระโดดขึ้นมาต่อหน้าผอ.สี่สำนัก
“เจิ้งยี่ เจ้า เจ้าจะทำอะไร”
ท่าทางของซุนไคนั้นเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันทีเมื่อเห็นเจิ้งยี่ปรากฏกาย
การที่เจิ้งยี่ออกมาในตอนนี้ทำให้เขานั้นรับรู้ได้เพียงว่าเจิ้งยี่คือหนึ่งในมนุษย์กลายพันธุ์ที่เฉินเฉียงกล่าวถึง
และเมื่อทุกคนได้เห็นเจิ้งยี่ที่ออกมานี้เองต่างก็ตกตะลึง
“สวรรค์ ศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักมังกรอาชูร่าเป็นมนุษย์กลายพันธุ์อย่างนั้นเหรอ”
“จบสิ้นแล้ว อันดับหนึ่งและอันดับสามของการประลองในปีนี้ต่างก็เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ เรื่องนี้มันจะหนักอึ้งเกินไปแล้ว”
“ศิษย์พี่เจิ้งจะเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ได้ยังไงกัน ข้าไม่เชื่อหรอก”
“ต่อให้เจ้าไม่เชื่อมันก็เท่านั้น หากเขาไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์แล้วเขาจะออกไปทำไมกัน เจ้าคิดว่าเขาเดินเล่นไปหาคว