ามตายรึไง”
เมื่อได้ยินเหล่าศิษย์สี่สำนักพูดคุยเกี่ยวกับเขา เจิ้งยี่เองได้มีท่าทีที่เศร้าหมองถึงขีดสุด และนี่ทำให้เขาทรุดตัวลงอย่างหนักต่อหน้าซุนไคจนบังเกิดเสียงเข่ากระแทกจนดังลั่น
เพียงเท่านี้ก็ไม่มีอะไรต้องอธิบายอีกต่อไป เรื่องนี้มันช่างหนักแน่นนัก
ซุนไคที่เห็นก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีและต้องเซถอยหลังราวกับสูญเสียการควบคุมตัวเอง
“ท่านผอ. ข้า…”
เจิ้งยี่ที่พึ่งจะอ้าปากออกมาก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นจากด้านข้าง
“ฮ่าฮ่าฮ่า ศิษย์พี่เจิ้ง ทำไมท่านถึงได้รีบร้อนอย่างนี้กัน หากพี่ทำแบบนี้คนอื่นจะเข้าใจว่าท่านเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ไปซะหมดนะ”
หลังจากพูดออกมา เฉินเฉียงก็รีบเข้าไปพยายามพยุงเจิ้งยี่ให้ลุกขึ้นในทันที
และนี่เองก็ทำให้ท่าทางของซุนไคเปลี่ยนพลิกตลบไปอีกรอบ
“เฉินเฉียง เจ้าหมายความว่ายังไง เจ้าจะบอกว่า….เจิ้งยี่ไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์อย่างนั้นรึ”
เฉินเฉียงได้มองไปที่ซุนไคด้วยท่าทางที่ดูน่าเตะและพูดออกมา “ผอ.ซุน แม้แต่ท่านก็ยังสงสัยในตัวศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักตัวเองด้วยเหรอเนี่ย”
“ทุกๆคนต่างก็รู้ว่าท่านนั้นทั้งสูงสง่าและมีชื่อเสียงสูงล้ำนา… แต่พอเห็นว่าเสียประโยชน์ไปแล้วสูญเสียความองอาจแบบนี้ แต่ท่านก็ไม่อาจจะสงสัยคนดีๆได้นา……”
“ไอ้เด็กนรกเฉินเฉียง ก็เจ้าไม่พูดออกมาไม่ชัดแล้วข้าจะรู้ไหมเล่า”
“แต่นับจากที่เจ้าพูดมา เจ้าหมายความว่าเจิ้งยี่ไม่ใช่พวกกลายพันธุ์ แล้วเขาจะออกมาทำไมกันล่ะ”
“ทำไมเขา