ถึงออกมาด้วยตัวเอง แถมยังมาทรุดเข่าตรงหน้าข้านี้อีก”
“อย่าบอกข้าว่าเขาแค่มีบางอย่างอยู่ในใจแล้วนึกละอายขึ้นมาหรอกนะ”
ซุนไคไม่ได้สนใจคำหยอกเย้าของเฉินเฉียงแต่อย่างใด เขาไม่สนใจว่าใครจะด่าเขาเสียด้วยซ้ำกับเหตุการณ์ในตอนนี้
ที่เขาต้องการมากที่สุดก็คือเจิ้งยี่จากสำนักเขานั้นเป็นมนุษย์กลายพันธุ์รึเปล่าเพียงเท่านั้น
“ผอ.ซุน ศิษย์พี่เจิ้งยี่นั้นไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์แต่อย่างใด”
“และไม่เพียงเขานั้นจะไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์เท่านั้น แต่เขาเกือบจะโดนฆ่าโดยหลินฟานเสียด้วยซ้ำ”
ยิ่งไปกว่านั้นคือทั้งศิษย์พี่เจิ้งยี่และข้านั้นต่างก็พบว่าหลินฟานคือมนุษย์กลายพันธุ์พร้อมกัน
“เฮ้ออออ” ซุนไคดีใจอย่างหนักเมื่อได้ยิน เขามองไปที่เจิ้งยี่ด้วยท่าทางภูมิใจชนิดที่ยากจะเอ่ยคำออกมาได้
“เจิ้งยี่ นี่เป็นเรื่องจริงใช่รึเปล่า ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าต้องไม่มีมนุษย์กลายพันธุ์ในสำนักเราอย่างแน่นอน”
เจิ้งยี่ที่พบฉากนี้ก็นิ่งอึ้งไป เขาไม่รู้ว่าทำไมเฉินเฉียงถึงต้องการช่วยเขา เขาทำได้เพียงลอบถามด้วยการส่งเสียงผ่านจิตสำนึกเพียงเท่านั้น “เฉินเฉียง เจ้าคิดจะทำอะไร”
เฉินเฉียงตอบกลับในทันทีเมื่อได้ยินเสียงในหัว “เดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกันเรื่องนี้ทีหลัง”
“มันยังไม่ใช่เรื่องที่วางใจได้นะ…เฉินเฉียง ไม่ใช่ว่าเจ้านั้นบอกว่ามีมนุษย์กลายพันธุ์อยู่ในสี่สำนักไม่ใช่เหรอ แล้วเป็นใครกัน”
เมื่อได้ยินคำถามของเว่ยหยวนตี้ เฉินเฉียงไม่มีทางเลือกและทำ