แล้ว เขานั้นยังยิ้มออกมาด้วยท่าทางปลื้มปีติอยู่ไม่ขาด เมื่อเห็นฉากนี้ แม้แต่ผอ.ของสำนักเสือขาวเองก็เริ่มชื่นชอบเฉินเฉียงขึ้นมาหน่อยนึง-
“ท่านเว่ย ข้ามั่นใจว่าเฉินเฉียงนั้นคิดจะทะลวงผ่านระดับขั้นจริงๆ แต่ด้วยวิธีการไหนนั้น มีเพียงเฉินเฉียงเท่านั้นที่จะรู้ได้”
หลัวเฟิงได้มองไปที่เฉียนฝู่ก่อนจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “พี่เฉียน ดูเหมือนว่าศิษย์ของท่านนั้นจะทำเกินไปหน่อยนะ นี่ถึงกับคิดจะใช้ศิษย์ของสำนักข้าเป็นเครื่องมือในการทะลวงขั้นเลยเหรอ”
“ข้านั้นคิดว่าศิษย์ทั้งสองคนนี้มีทักษะที่สูงล้ำนัก น่าเสียดายที่จะให้พวกเขาต้องสู้กันจนตกตายกันไปข้างหนึ่ง”
“ท่านเว่ย ข้าคิดว่าเราควรจะหยุดการประลองนี้ลงก่อนจะดีกว่า”
เว่ยหยวนตี้เองที่คิดเช่นเดียวกันก็ได้พยักหน้าออกมา แต่ผอ.สำนักวิหคอสนีบาตและผอ.สำนักมังกรอาชูร่าไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิง
“ผอ.หลัว เฉินเฉียงและหลินฟานได้ลงชื่อในสัญญาเป็นตายต่อหน้าศิษย์สี่สำนักทุกคน ท่านไม่อาจเปลี่ยนกฎนี้ได้เพียงแค่เห็นค่าในตัวศิษย์เพียงเท่านั้น”
“ในการประลองสี่สำนักนั้นมีอัจฉริยะมากมายที่ได้ตกตายไปในทุกครั้ง หากว่าชื่อเสียงของการประลองจะถูกทำให้เสียหายเพียงเพราะใครบางคนไม่อยากจะให้ใครบางคนเสียชีวิต ถ้าอย่างนั้นก็อย่าได้จัดมันอีกเลยไอ้งานประลองแบบนี้ ข้าพูดถูกรึเปล่า”
เมื่อมีคนที่ไม่เห็นด้วย เว่ยหยวนตี้ก็ทำได้เพียงถอนลมหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “ทุกคน ไม่ต้องเถียงกัน พวกเราแค่ลอ