ั้นต่างก็ออกปากปฏิเสธเสียงแข็ง นี่คงไม่ใช่ว่างานประลองสี่สำนักในครั้งนี้จะจบไปทั้งแบบนี้กันหรอกนะ
ในฐานะที่เว่ยหยวนตี้เป็นประธานในการจัดงานครั้งนี้ เขานั้นรู้สึกอับอายจริงๆที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ในงานที่ตนจัดขึ้น
หลังจากกระแอมออกมาเล็กน้อย เว่ยหยวนตี้ก็ทำได้เพียงถามออกมาตามกฎอีกครั้งหนึ่ง “เอาล่ะ ยังมีใครที่คิดจะท้าประลองอีกหรือไม่”
ในตอนนี้ทั้งอันดับหนึ่งและอันดับสองต่างก็ไม่คิดจะรับคำท้า นี่ทำให้ศิษย์คนอื่นๆคิดที่จะท้าประลองอีก
ฉากเห็นการนี้ยิ่งผ่านไปก็ยิ่งดูน่าอึดอัดอย่างช่วยไม่ได้
เป็นตอนนี้ที่ศิษย์สำนักเต่าดำผู้ซึ่งรั้งอันดับห้าหรือก็คือเฉินเฉียงได้ยินขึ้นและมองไปที่ศิษย์สำนักคนอื่นๆ ก่อนที่จะทุบอกและพูดออกมาอย่างใด “มีใครต้องการจะท้าประลองกับข้าหรือไม่ ข้า หลู่ฟางผู้นี้ไม่เคยคิดปฏิเสธคำท้าของผู้ใด”
“ไม่ว่าจะเป็นใคร ข้ายินดีรับมันไว้ทุกคน”
นะที่ที่เหล่าศิษย์แห่งสำนักเต่าดำได้ยืนอยู่ เฉินเฉียงที่ยินอยู่ข้างกัวเหลียงนั้น เขาได้จ้องมองไปยังหลู่ฟางอย่างยอมรับและพูดออกมา “ศิษย์พี่กัว ศิษย์พี่ใหญ่ของเรานั้นช่างสมกับเป็นชายชาตรียิ่งนัก”
กัวเหลียงที่ได้ยินคำพูดนี้ก็ได้จ้องมองไปยังเฉินเฉียงและถามออกมา “ศิษย์น้อง ในเหล่าศิษย์มากมายที่ท้าประลองเจ้านั้น นอกจากเว่ยฉิงเชินแล้วเจ้าก็น่าจะชนะพวกนั้นได้หมดนี่นา ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเจ้านั้นถึงได้ปฏิเสธไปกัน”
“ศิษย์พี่กัว การสู้กับพวกนั้นจะ