ถึงแม้ว่าศิษย์ส่วนมากจะไม่ได้แปลกใจในเรื่องนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเฉียงได้ยินเลยก็ว่าได้
นี่ทำให้เขานั้นรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
นั่นก็เพราะตอนที่เขาออกมาจากมิติประลองนั้น เขาพบว่าทุกคนนั้นได้จับจ้องมาที่ร่างกายของเขาทุกสัดส่วนเลยก็ว่าได้
และเมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นเป็นใครแล้วทำให้เขานั้นปวดหัวอย่างช่วยไม่ได้
เป็นเว่ยฉิงเชิน
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะพอรู้ว่าเธอจะรู้สึกยังไงกับเขาก็ตาม และเขาก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำว่ายังไงซะเว่ยฉิงเชินก็ต้องเข้าใจเขาผิด
แต่เขาก็ไม่นึกว่าความเข้าใจผิดนี้จะถึงขั้นกลายเป็นความเกลียดชังจนแค่มองก็สัมผัสได้แบบนี้
อย่างที่คาดเอาไว้ หลังจากที่เว่ยหยวนตี้พูดจบลง เว่ยฉิงเชินได้ก้าวเท้าขึ้นมาและชี้ไปที่เฉินเฉียงและพูดออกมาด้วยความรู้สึกที่ขุ่นเคืองแบบหมดหัวใจ “ข้า เว่ยฉิงเชิน ศิษย์สำนักวิหคอสนีบาต ขอท้าประลองเฉินเฉียงแห่งสำนักเต่าดำ”
“เยี่ยม” เว่ยหยวนตี้ตบมือดังลั่นและพูดออกมาประหนึ่งดังการยุยงส่งเสริม “ในเมื่อมีคนที่คิดจะเริ่มท้าประลอง ขอให้ทั้งสองคนนั้นมาลงชื่อในสัญญาเป็นตายก่อนที่จะเข้าประลองในสนามนะ”
หลังจากพูดจบ เว่ยหยวนตี้ได้ยกมือขึ้นมาก่อนที่จะจัดแจงเปิดมิติประลองอีกอันหนึ่งขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสนามประลอง
“เป็นไปได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าเว่ยฉิงเชินมีสายสัมพันธ์อันดีกับศิษย์น้องไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเธอถึงได้เป็นฝ่ายท้าศิษย์น้องซะล่ะ”
ที่ฝั่งสำนักเ