้งท่าป้องกันที่เฉินเฉียงในทันที
“ไอ้หนู แกเป็นใครถึงได้กล้ามาขัดขวางข้าแบบนี้ บอกชื่อของเจ้ามาซะ”
“ฮี่ฮี่ฮี่ ข้าชื่อหลิวหลาง เป็นอะไรล่ะหลินฟาน เริ่มกลัวข้าขึ้นมารึยังไง”
ที่เฉินเฉียงกล้าเข้าไปสอดมือหลินฟางแบบนี้นั้นเป็นเพราะว่าด้วยวิธีการหลบหนีของเขานั้น เขาเชื่อว่าหลินฟานไม่อาจจะจับตัวเขาได้
แต่ด้วยการที่หลินฟานนั้นตั้งมั่นในเป้าหมายของตนไว้ตั้งแต่ก่อนเข้ามามิติประลองนี้แล้ว มีหรือที่เขานั้นจะยอมปล่อยเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าไปอย่างง่ายๆ
“หลิวหลาง ฮึ่ม ไอ้เด็กนี่ หากเจ้ามีกึ๋นพอก็เชิญสู้กับเว่ยฉิงเชินไปก็แล้วกัน”
แต่ก่อนที่เฉินเฉียงจะได้ทำอะไร เว่ยฉิงเชินนั้นกลับโกรธขึ้นมาซะอย่างงั้น
“หลินฟาง หลิวหลาง นี่พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นหัวหลักหัวตอรึไงกัน”
“ถ้าวันนี้ข้าฆ่าพวกเจ้าไม่ได้ ข้าคงไม่อาจปล่อยวางความเกลียดชังนี้ไปได้อย่างแน่นอน”
เมื่อพูดจบ เว่ยฉิงเชินได้โจมตีเฉินเฉียงก่อนเป็นคนแรกด้วยผ้าไหมแดงของเธอ
นี่ทำให้เฉินเฉียงไม่มีทางเลือกได้แต่ถอยร่นไปกว่ายี่สิบเมตรเพื่อหลบการโจมตีที่รุนแรงนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นเป็นโอกาสอันดี หลินฟานเองก็เริ่มกวัดแกว่งดาบของเขาใส่เว่ยฉิงเชิน
เมื่อสัมผัสถึงภัยอันตราย เว่ยฉิงเชินได้เลิกไล่โจมตีเฉินเฉียงและทำการสะบัดมือตัวเองจนทำให้ผ้าไหมแดงที่พุ่งออกไปกลับมาป้องกันตัวเธอและใช้มันจับดาบของหลินฟานไว้และดึงให้หลินฟานเสียหลัก จนทำให้ดาบของเขาติดผ้าไหมแดงกลับมาด้ว