ับต้องลม
ใบหน้าของฟางยี่ซีดเผือดในทันทีที่เห็นปีกคู่นี้และรีบถามออกมา “เกิดอะไรขึ้น เป็นแบบนี้ได้ยังไง ชุนเต๋า ศิษย์พี่หลินฟาน เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หลินฟานจะได้ทำอะไร เธอก็ได้เห็นว่าชุนเต๋านั้นมีบางอย่างแปลกๆ
ชุนเต๋านั้นกลับมองปีกของเธอด้วยความตื่นเต้น แถมยังใช้มือลูบไล้ไปมาอีกด้วย
“ว้าวววว พี่ฟางยี่ ปีกของพี่ช่างสวยงามนัก”
“ไม่ต้องกังวลหรอกนะ นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น เจ้าแค่ต้องใช้เวลาปรับตัวเท่านั้นเอง”
“พอผ่านไปได้สักครึ่งวันเจ้าก็จะขยับปีกนี่ได้อย่างใจนึก จะสั่งให้มันขยับไปมายังไงก็ได้”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ฟางยี่ก็เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมา
“ชุนเต๋า นี่…นี่หมายความว่าเจ้ากับศิษย์พี่หลินฟาน…เป็นคนทรยศ”
“ทรยศเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ฟางยี่ไม่เห็นต้องใช้คำรุนแรงขนาดนั้นเลย”
“พี่เองก็ชอบศิษย์พี่หลินฟานไม่ใช่เหรอ หรือว่าพี่ยังชอบตงเจี๋ยนของข้าอยู่กัน”
“พวกเรานั้นเป็นทั้งพี่น้องและเพื่อนสนิทนะ”
“ท่านเองก็ชอบในสิ่งที่ข้าชื่นชอบด้วยไม่ใช่รึไงกัน”
“ในเมื่อเป็นแบบนั้น ข้าเองก็แค่ทำในสิ่งที่ท่านเป็นเพียงเท่านั้นเอง”
“ตอนนี้พี่กับข้าเองก็เป็นมนุษย์กลายพันธุ์แล้ว ในอนาคต พวกเรานั้นจะสามารถอยู่ร่วมกันได้ทุกวี่วันแล้วนา ไม่ดีรึไงกัน”
หลังจากพูดจบ ชุนเต๋าได้สยายปีกออกมาแล้วมายืนข้างๆฟางยี่ ก่อนที่จะใช้ปีกรัดพัน ทั้งสองนั้นดูสวยงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ด้วยปึกนี้
แต่ถึงอย่างนั้น