ากห้าเหลือเพียงสองตัวเท่านั้น ดูเหมือนว่าเว่ยฉิงเชินยังมีโอกาสอยู่”
“ยังไงซะ เว่ยฉิงเชินก็มีร่างกระจ่างจิตที่จะบรรลุเป็นระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงเมื่อไหร่ก็ได้”
เว่ยหยวนตี้ได้มองไปที่หน้าจอแสดงอันดับคะแนนด้วยสายตาที่ว่างเปล่าก่อนที่จะยกมือขึ้นมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ “นี่ยังเร็วไปที่จะพูดออกมา ต่อให้ฉิงเชินนั้นจะสามารถฆ่าสัตว์ประหลาดระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงได้ก็จริง แต่ประเด็นคือเธอจะหามันพบรึเปล่าต่างหาก ผอ.หลิน ข้าพูดถูกไหม”
หลินฉิน ในฐานะที่เป็นผอ.ของสำนักวิหคอสนีบาตนั้นมีท่าทีร้อนรนออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเห็นว่าศิษย์สำนักอื่นสามารถสังหารสัตว์ประหลาดระดับนายพลขั้นสูงไปได้ถึงสามตัว
อย่างไรก็ตาม เธอรู้ความสามารถของลูกศิษย์ของเธอเป็นอย่างดี
ถึงแม้เว่ยฉิงเชินนั้นจะสามารถฆ่าสัตว์ประหลาดระดับนายพลขั้นกลางได้อย่างไม่มีปัญหา แต่หากเธอนั้นต้องเจอกับสัตว์ประหลาดระดับนายพลขั้นสูง ต่อให้เธอก้าวข้ามไปถึงระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงแล้วก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งของเธอเพียงคนเดียวนั้นยังไม่อาจจะโค่นล้มพวกมันได้ เป็นไปได้ว่าเธอเองก็อาจจะหลุดจากอันดับได้ทุกเมื่อ
ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจพูดออกมาด้วยเสียงอันเบา “ข้าก็คิดว่าเป็นเพราะฉิงเชินนั้นยังไม่ได้พบกับสัตว์ประหลาดระดับนายพลขั้นสูงเช่นกัน”
ในมิติประลองนั้น หลังจากหลู่ฟางได้ใช้ท่าราชสีห์คำรามฆ่าหมูป่าเขี้ยวดาบได้ในทีเดียวแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้ถอนลมหายใจออกมา