แนนที่พวกเขาถือครองอยู่จึงไม่ได้ดึงดูดเฉินเฉียงแต่อย่างใด
แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะคิดอย่างนั้น
บางคนนั้นเพียงเจอคนที่อ่อนด้อยกว่าก็เข้าไปสังหารในทันทีโดยไม่สนใจว่าแต้มคะแนนจะน้อยขนาดไหนก็ตาม
ผ่านไปเจ็ดวัน นักเรียนมากมายได้ทยอยออกจากอุโมงค์แสงทีละคนทีละคน
ศิษย์ที่ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้วนั้น คะแนนของพวกเขาจะถูกแย่งชิงไปในทันที นี่ทำให้พวกเขานั้นทำได้เพียงกลับไปยังที่นั่งในสำนักของตนและนั่งลงบ่มเพาะอยู่เงียบๆพลางจ้องมองกระดานคะแนนไปเพียงเท่านั้น
เว่ยหยวนตี้ได้มองไปพลางขมวดคิ้วในทันที “ทุกท่าน ไม่คิดว่าศิษย์ปีนี้จะด้อยคุณภาพไปหน่อยรึไงกัน”
“ข้าจำได้ว่าปีที่ผ่านมานั้น กว่าศิษย์สี่สำนักจะเริ่มทยอยออกมานั้นก็ผ่านเวลาไปร่วมเดือนไม่ใช่รึ”
“แต่ในตอนนี้เวลาพึ่งผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ แต่ศิษย์สี่สำนักกลับเริ่มทยอยออกมาแล้ว ถ้าดูจากความเร็วขนาดนี้แล้วข้าว่ามันเร็วเกินไป”
ทันทีที่เว่ยหยวนตี้พูดจบ ศิษย์สี่สำนักอีกคนก็ได้เดินออกมา เว่ยหยวนตี้จึงได้เรียกให้เขามาหา
“เจ้าอยู่สำนักใดกันและถูกสังหารได้ยังไง”
ศิษย์สำนักหนึ่งเดินมาด้วยท่าทีอารมณ์เสียนั้น เมื่อได้ยินเว่ยหยวนตี้เรียกก็รีบก้าวเข้าไปหาและตอบออกมา “นายท่าน ข้าศิษย์แผนกวารีแห่งสำนักเต่าดำ ข้าถูกสังหารโดยศิษย์สำนักเสือขาวที่อยู่ระดับนายพลวิญญาณขั้นกลาง”
เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วเว่ยหยวนตี้ได้โบกมือให้ศิษย์คนนี้จากไปด้วยท่าทางที่ไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย
ผอ.เสือข