่า ซุน ข้าบอกแล้วว่าแกไม่ใช่คนขี้เหนียวอย่างแน่นอน เรื่องนี้เจ้าทำได้ดีมาก เร็วเข้า ขอข้าพบเจอหน่อยเถอะว่าศิษย์ของข้าเป็นยังไงบ้าง”
หลังจากเฉียนฝู่พูดจบ เขาก็ได้หัวเราะออกมาดังลั่น แล้วรีบมองไปโดยรอบ
หลัวเฟิงที่ได้ยินก็รีบเข้ามาแทรกถามเฉียนฝู่อย่างงงๆ “เฉียนฝู่ เฉินเฉียงที่เจ้าพูดถึงนี่มันยังไงกัน”
“ทำไมข้าฟังดูแล้วรู้สึกแปลกๆพิกล”
“เท่าที่ข้าฟังดูเหมือนกับว่าเฉินเฉียงผู้นี้คือศิษย์สำนักเต่าดำแต่กลับได้รับการฝึกพิเศษจากสำนักมังกรอาชูร่าเช่นนั้นรึ”
“ไหนจะที่ซุนบอกว่าให้เฉินเฉียงอยู่ในห้องบ่มเพาะที่ดีที่สุดถึงหนึ่งเดือนอีก”
“ซุน นี่เจ้าจะบอกว่าในคราวนี้สำนักมังกรอาชูร่าและสำนักเต่าดำนั้นร่วมมือกันน่ะ”
“นี่เจ้าบ้าไปแล้วรึไงกัน”
“ข้าเรอะ” ซุนไคถามออกมาพลางชี้ไปที่หน้าของตนเอง หลัวเฟิงก็ได้สบถในลำคออย่างหนักไปหนึ่งทีโดยไม่พูดอะไรออกมา
อย่างไรก็ตาม บทสนทนาของทั้งสามคนนี้ได้ทำให้ใครคนหนึ่งสนใจในทันที
ใครคนนั้นก็คือผู้จัดงานประลองในครั้งนี้ เว่ยหยวนตี้
“พี่เฉียน พี่ซุน พวกท่านพูดถึงใครกัน เฉินเฉียง ท่านหมายถึงเฉินเฉียงใช่รึเปล่า”
เว่ยหยวนตี้ได้เด้งขึ้นมาจากเก้าอีกและวิ่งมาหาซุนไคและผอ.อีกสองคน เขาจับบ่าซุนไคและเฉียนฝู่เขย่าจนตัวสั่นและถามออกมาในทันที “พี่เฉียน พี่ซุน เฉินเฉียงแห่งสำนักเต่าดำคนนั้น หลานชายของข้าคนนั้นน่ะเหรอ”
“เขายังมีชีวิตอยู่เหรอ”
“เขาอยู่ไหนกัน”
ท่าทางของเว่ยหยวนตี้นี้ทำ