่งสัญญาณให้
เขาเห็นเรือเหาะลงมาจอดอย่างเงียบงันที่การลานกว้างของสำนักมังกรอาชูร่า
หลังจากผ่านไปสักพัก ประตูของเรือเหาะก็ได้เปิดออกและมีคนห้าคนเดินออกมา
“ฮ่าฮ่า ซุน ข้าทำให้เจ้ารอนานเลย”
ผู้นำของกลุ่มเป็นชายแก่อายุประมาณห้าสิบ เขาถือไปป์ไว้ในมือ เขาแจ๊บปากไปสองทีในขณะที่มองไปยังศิษย์ของสำนักมังกรอาชูร่าพร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกาย
“ซุน ศิษย์ของเจ้าครั้งนี้ดูอลังการยิ่งนัก มีระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางมากมายขนาดนี้ ดูเหมือนว่างานประลองสี่สำนักในครั้งนี้คงไม่แคล้วเป็นสำนักของเจ้าอีกกระมัง”
“ตาแก่หลัวเฟิงเอ๊ย นี่เจ้าจะให้ข้าลอยสูงโดยไม่ต้องใส่หมวกเลยรึไงกัน”
ซุนไคได้มองไปยังศิษย์ทั้งสี่ของสำนักเสือขาวที่อยู่ด้านหลังหลัวเฟิงพลางขมวดคิ้ว “โห่ ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าเฉียวกังกับหลินฟานนั้นเปิดจุดลับได้สิบห้าจุดแล้ว ไม่แปลกใจเลยจริงๆที่เจ้ากล้าล้อเล่นนัก”
เฉินเฉียงและเจิ้งยี่เองก็ได้มองไปยังศิษย์สำนักเสือขาวทั้งสี่ด้วยท่าทางขึงขัง และเป็นตอนนี้ที่เขาได้ปลดปล่อยคลื่นพลังสายเลือดออกมา
ถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่นั่นก็เพียงพอที่ทั้งสองฝ่ายนั้นจะรับรู้ฝีมือพื้นฐานของกันและกัน
หนึ่งในสี่ได้มองเจิ้งยี่ก่อนที่จะหันไปมองทางอื่นโดยไม่ใส่ใจอีก
“ศิษย์พี่เจิ้งยี่ ใครกันล่ะนั่น ดูช่างทรงพลังยิ่งนัก”
ด้วยการที่เขานั้นไม่ใช่ศิษย์ของสำนักมังกรอาชูร่า หากอีกฝ่ายรู้คงไม่แคล้วที่จะโดนหาเรื่อง เขาจึงเลือกที่จะถา