มเจิ้งยี่แทน เจิ้งยี่เองเมื่อได้ยินก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก “ดาวดวงใหม่ของสำนักเสือขาวน่ะนักรบสายเลือดทองคำ(โลหะ)ระดับนายพลวิญญาณขั้นกลาง หลินฟาน”
“เห็นเขาเล่ากันว่าหมอนี่ยกระดับจากระดับทหารขั้นสูงมาถึงระดับนี้ได้โดยใช้เวลาเพียงสองปี พรสวรรค์ของเขานั้นเทียบได้กับอัจฉริยะสาวแห่งสำนักวิหคอสนีบาต เว่ยฉิงเชินได้เลยนะ”
“มาตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาเองก็เป็นตัวเก็งอันดับหนึ่งที่มาจากสำนักเสือขาวที่เขาว่าน่าจะชนะเลิศในการแข่งครั้งนี้”
“พอมองเห็นกับตาตัวเองนี่ดูเหมือนว่างานประลองครั้งนี้จะไม่ใช่เล่นๆซะแล้ว”
เฉินเฉียงได้มองชายที่ชื่อหลินฟาน เขาเองก็คิดเช่นกันว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ
หากชายคนนี้เป็นเหมือนเว่ยฉิงเชินล่ะก็ หากถือตามที่เธอเคยพูดไว้ เธอนั้นสมควรจะก้าวข้าวไประดับนายพลวิญญาณขั้นสูงเมื่อไหร่ก็ได้
แต่ความแข็งแกร่งในการต่อสู้นั้นก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ระดับการบ่มเพาะและพลังการต่อสู้นั้นไม่ใช่สิ่งที่เพิ่มสูงคู่กันแต่อย่างใด
นี่จึงเป็นเหตุผลที่อาจารย์ของเขา ฮู่ต้าไฮ่และราชาสวรรค์ต่างก็หวังให้เฉินเฉียงรีบเร่งข้ามระดับขั้นการบ่มเพาะ
หลินฟานผู้นี้สมควรจะเน้นเพิ่มละดับการบ่มเพาะอย่างหนักจึงทำให้ทะลวงระดับได้อย่างรวดเร็วในสองปีนี้ เขาเชื่อว่ากับคนคนนี้สมควรที่จะมีความแข็งแกร่งที่สูงล้ำ
แต่อย่างไร ตอนที่เขาออกจากสำนักเต่าดำออกมานั้น ศิษย์พี่ใหญ่ของเขา หลู่ฟาง ได้บรรลุระดับนายพลวิญญาณขั้นกลาง