ิ่งที่ช่วยยืนยันให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าสำนักมังกรอาชูร่าแห่งนี้คือสำนักอันดับหนึ่งในสี่สำนักการศึกษาแห่งภาคกลาง
ซุนไคและผู้บริหารสำนักคนอื่นๆที่ตั้งแถวอยู่นั้นได้มองเจิ้งยี่ที่เดินตรงมาหาและก้มหัวพร้อมทำการคารวะให้พวกเขา นี่ทำให้พวกเขานั้นยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
นักรบสายเลือดระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางผู้ซึ่งเปิดจุดชีพจรลับได้ถึงสิบห้าจุดผู้นี้ ย่อมเป็นอันดับหนึ่งเหนือศิษย์ทั้งสี่สำนักได้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อซุนไคได้หันไปมองเฉินเฉียง เฉินเฉียงเองก็ทำได้เพียงเผยเกราะพลังงานที่มองไม่เห็นของเขาให้ซุนไคได้ดูเพียงเท่านั้น
นี่เป็นครั้งแรกที่เขานั้นที่แสดงพลังต่อหน้าคนของสำนักมังกรอาชูร่าโดยไม่ได้กินยาสีสัน แน่นอนว่ามีเพียงผู้มีระดับการบ่มเพาะขั้นราชาทั้งสี่ของสำนักมังกรอาชูร่าเท่านั้นที่มองเห็น
ด้วยการที่เฉินเฉียงนั้นต้องลงประลองในงานประลองสี่สำนักนี้อยู่แล้ว เรื่องที่เขานั้นมีพลังงานสายเลือดที่ไม่มีสีนี้ยังไงซะอีกไม่นานก็ต้องมีคนรู้ เขาจึงไม่ต้องซ่อนเร้นมันอีกต่อไป
“เจิ้งยี่ เจ้ากลับไปรวมกับกลุ่มของเจ้าได้แล้ว เฉินเฉียง เจ้าเองก็ควรไปอยู่กับเจิ้งยี่ด้วย”
“ลูกศิษย์ทั้งหลาย ถึงแม้ว่างานประลองสี่สำนักนี้สมควรจะจัดขึ้นในอีกสี่ปีหลังจากนี้จากปกติที่ควรจะจัดในทุกห้าปี”
“แต่เหตุผลที่ว่าทำไมงานประลองในครั้งนี้ถูกร่นเข้ามานั้นเป็นเพราะผู้จัดงานประลองแห่งเขตกันหนันนั้นไม่พร้อมที่จะจัดงานในเวลาดังกล่าว