ัวเฉินเฉียงไปสองรอบพลางเดาะลิ้นไปพลางก่อนที่จะพูดออกมาต่อ “เฒ่าเฉียน ข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากไหนแล้วเฉินเฉียงนั่นมีอะไรที่พิเศษจนทำให้เจ้ากล้าพูดออกมาได้ถึงขั้นนี้ เขาเป็นเพียงนักรบสายเลือดระดับนายพลวิญญาณเองไม่ใช่รึไง แถมดูเหมือนว่าจุดตันเถียนลับของเขาเองก็พึ่งจะเปิดได้แค่สิบจุดเท่านั้น แล้วทำไมเจ้าถึงกล้าพูดกับข้าได้ถึงขนาดนี้กัน”
“………..ซุน นี่เจ้าหมายความว่ายังไง”
ผอ.เฉียนเมื่อได้ยินก็ถึงกับตื่นเต้นในทันที เขานิ่งคิดเล็กน้อยและพูดออกมาด้วยเสียงอันดัง “เจ้าอย่าบอกนะว่าเฉินเฉียงยังไม่ตายน่ะ แล้วตอนนี้เขาอยู่กับเจ้า รีบบอกข้ามาเร็วเข้า”
เพียงสิ้นเสียงประโยคนี้แต่ทุกคนในห้องนั้นกลับได้ยินอย่างชัดเจนประหนึ่งดังถูกพูดกรอกอยู่ข้างหู
ซุนไคถึงกับถูหูตัวเองในทันทีและพูดออกมาอย่างหน่ายๆ “นี่เจ้าจะตื่นเต้นทำบ้าอะไรวะ ข้ายังไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำว่าเป็นเด็กนั่นจริงรึเปล่า”
“เด็กนี่บอกว่าเขานั้นรู้จักเจ้า แต่มันมีข้อสงสัยในตัวเขาอยู่มากมายข้าเลยอยากจะให้เจ้าช่วยยืนยันตัวตนเขาเพียงเท่านั้น”
“ยืนยันอะไรนะ”
“เจ้าอย่าได้ทำให้เฉินเฉียงต้องยุ่งยากนะโว้ย ไม่งั้นข้าไม่ปล่อยแกไว้แน่”
“ให้เฉินเฉียงมาพูดกับข้าเดี๋ยวนี้…ช่างแม่…”
หลังจากที่ได้คุยกันผ่านกำไลสื่อสารจนดูเหมือนว่าผอ.เฉียนนั้นมีท่าทีอยู่ไม่สุขแล้ว ซุนไคก็คิดจะส่งกำไลสื่อสารให้เฉินเฉียงได้พูดคุยกันเหมือนกัน แต่พอส่งไปเขาก็พบว่าผอ.เฉี