คนอย่างเจ้ากล้าบอกว่าเจ้าสามารถพูดคุยกับไอ้เฒ่าเฉียนนั่นได้อีก”
“แถมยังมีกำไลสื่อสารที่ทำให้รู้ตำแหน่งของเจ้า”
“ดี เรื่องนี้มันง่ายมาก”
หลังจากพูดจบ ซุนไคได้เปิดกระเป๋าเสื้อก่อนที่จะแสดงกำไลสื่อสารที่มีหน้าตาเหมือนกับของเฉินเฉียง เขากดปุ่มไปสองสามทีและรอพักหนึ่ง เมื่อเห็นแสงบางอย่างกะพริบขึ้น เขาก็ได้พูดใส่กำไลสื่อสาร “ไอ้เฒ่าเฉียนเอ๊ย นี่ก็ใกล้จะถึงงานประลองสี่สำนักแล้วนา….เจ้าเตรียมตัวดีรึยัง”
ไม่นายเสียงที่เฉินเฉียงคุ้นเคยก็ได้ดังขึ้นมา “ไอ๊ยะ ซุนเอ๊ยซุน ไม่ว่าสำนักของข้าจะเตรียมตัวดีแค่ไหนสำหรับเจ้าแล้วพวกข้ามันก็แค่พวกท้ายตารางไม่ใช่รึไง แล้วเจ้าจะสนใจทำไมกัน”
“ผอ.เฉียน ข้าคือเฉินเฉียง”
เมื่อได้ยินเสียงของผอ.เฉียน เฉินเฉียงได้รีบตะโกนออกไปในทันที
“ฮื้ม ทำไมข้าเมื่อจะได้ยินใครบางคนเรียกชื่อข้าอยู่ล่ะ”
ซุนไคได้เหลือบมองเฉินเฉียงไปปราดหนึ่งก่อนจะพูดออกมา “ไม่มีอะไร ข้าก็แค่อยากจะถามอะไรเจ้าหน่อย เฒ่าเฉียน สำนักเจ้ามีลูกศิษย์แผนกวิชายุทธพิเศษที่มีชื่อว่าเฉินเฉียงอะไรนั่นอยู่รึเปล่า”
เมื่อผอ.เฉียนได้ยินก็ได้ถอนลมหายใจในทันที “เฮ้ออออ ซุนเอ๊ย นี่เจ้าจะพูดถึงเขาไปทำไมกัน”
“น่าเสียดายจริงๆ หากเขายังมีชีวิตอยู่ล่ะก็ ข้าบอกได้เลยว่าในงานประลองสี่สำนักนี้จะต้องเป็นพวกข้าที่อยู่เหนือพวกเจ้า”
เมื่อได้ยินคำพูดของผอ.เฉียนนี้เข้าไปแล้ว นี่ได้กระตุกต่อมความสนใจของซุนไคในทันที เขาได้เดินวนรอบต