ไอ้คนที่ยังไม่จบการศึกษาตายไปก็ยังได้รางวัลจากกันหนันอีกเนี่ยนะ”
“ใคร ใครกล้าพูดออกมา ใครกล้ากล่าวดูถูกนายพลเว่ยหวู่ รีบก้าวออกมายอมรับความตายเดี๋ยวนี้”
ในตอนนี้ คนในกองกำลังเทียนเว่ยทั้งแปดคนได้พูดออกมาพร้อมกันอย่างไม่ต้องนัดหมาย
ถึงแม้จางหยวนและคนทั้งเจ็ดนี้จะมีระดับการบ่มเพาะไม่ได้สูงล้ำอะไรก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านการสู้รบมานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้จิตสังหารของพวกเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าหลู่ฟางและเหล่านักรบสายเลือดระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงเลยแม้แต่น้อย
เพียงแค่คนของกองกำลังเทียนเว่ยตะคอกออกมานี้ก็แทบจะทำให้จ้าวฮั่นต้องตกใจจนต้องตกตายเสียตรงนี้
“ไอ้หลานเวรตะไล”
มีหรือที่ผู้อาวุโสอันดับสองอย่างจ้าวหยาง ผู้ซึ่งนั่งอยู่บนเวทีจะไม่ได้ยินเสียงหลานของตนเอง เขารีบกระโดดลงไปจากเวทีและตบไปที่หน้าของจ้าวฮั่นประหนึ่งการลอยตัวตบลูกวอลเล่ย์
จางหยวนและพวกมาที่นี่ในนามของผู้บัญชาการสูงสุด แม้แต่ผอ.เองก็ยังไม่มีทางเลือกและต้องทำตามคำสั่ง และยิ่งเฉินเฉียงในตอนนี้ได้รับการอวยยศเป็นถึงนายพลเว่ยหวู่ ตำแหน่งของเขาในตอนนี้อยู่ในระดับเดียวกับผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักเต่าดำเลยด้วยซ้ำ
แต่จ้าวฮั่นผู้ซึ่งเป็นเพียงศิษย์สำนักตัวเล็กๆแต่กลับกล้ากังขากับคำสั่งของผู้บัญชาการสูงสุดและทำการด่าทอทำลายชื่อเสียงของนายพลเว่ยหวู่ต่อหน้าคนของกองทัพ หากไม่ให้เรียกว่าหาที่ตายแล้วจะให้เรียกว่าอะไร
หลังจากเห็นผู้อาวุโสลำดับสองกระโด