ดเข้าไปตบหลานตัวเองแล้ว นี่ทำให้จางหยวนรู้ในทันทีว่าเป็นจ้าวฮั่นได้พูดออกมา และเขาย่อมรู้ดีว่าผู้อาวุโสลำดับสองผู้นี้ย่อมปกป้องหลานของตน
เมื่อคิดได้ดังนี้ จางหยวนจึงได้หยิบจดหมายของหลินเฟิงและอ่านออกมา
เมื่อทุกคนได้ยินเนื้อความในจดหมายนี้ เหล่าศิษย์และอาจารย์ทั้งหลายต่างก็ตกตะลึงอีกครั้ง
“ข้าไม่คิดเลยจริงๆว่าศิษย์ของข้าผู้นี้คือเชื้อสายของผู้การเฉินเทียนเว่ย ไม่แปลกใจเลยจริงๆที่พรสวรรค์ของเขานั้นสูงล้ำนัก”
ในตอนนี้ ไมมีใครใส่ใจกับการบ่นเสียดายของฮู่ต้าไฮ่เลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะในตอนนี้มีเสียงหนึ่งที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเสียงของฮู่ต้าไฮ่ได้ดังขึ้นมา
“ผู้อาวุโสจ้าว ข้า จางหยวน เคารพท่านในฐานะผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนัก แต่กับเรื่องของทายาทของผู้การเฉินเทียนเว่ยนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต่อให้นายพลเว่ยหวู่อยู่นี่และไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้ แต่ข้า กัปตันของกองกำลังเทียนเว่ย จะไม่ยอมให้ใครมาด่าทอชื่อนี้ได้เป็นอันขาด”
“กับเรื่องในวันนี้ หากไม่ใช่ว่าท่านนั้นมีคุณงามความดีกับมนุษยชาติอยู่บ้าง ต่อให้ผอ.เฉียนออกหน้า เขาก็ไม่อาจหยุดกองกำลังเทียนเว่ยในการปกป้องเกียรติของผู้นำพวกเรา”
เมื่อผอ.เฉียนได้ยินแบบนี้ มุมปากของเขานั้นก็ได้กระตุกถี่ยิบ แต่เขาก็ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้สักคำ
เขารู้ดีว่าจางหยวนนั้น เป็นพวกหัวขบถขนานแท้ ยิ่งไปกว่านั้นคือ เด็กนี้แม้จะไม่ได้จบจากสำนักออกไป แต่ก็สามารถเข้าร่วมกับกองกำลัง