องหน้า สำหรับเขามิใช่ไร้ประโยชน์เลย
‘บุรุษผู้นี้…น่าจะเป็นเจินจวิน!’
ด้วยอำนาจแห่ง “ตำแหน่งมรรคผล” ที่ปะทุขึ้น ทุกจิตสำนึกของผู้คนโดยรอบต่างถูกฉุดลากออกไป เหลือเพียงร่างจริงไร้พลังต่อต้าน ไม่ว่าใครก็สามารถฆ่าทิ้งได้ในพริบตา
มีเพียง “เจินจวิน” เท่านั้น…ที่สามารถแบ่งจิตใจเป็นสองส่วน ควบคุมตนและต้านทานผลกระทบไปพร้อมกัน
และในตอนนี้…เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาลี้ลับอันจับจ้องอยู่ในเงามืดอีกครั้ง แสดงว่าผู้นั้นสามารถต้านแรงดึงของมรรคผลแห่งพิสูจน์จากความว่างเปล่าได้อย่างมั่นคง
มิใช่เจินจวิน แล้วจะเป็นใครได้อีก?
‘ดูท่าข้าคงระแวงเกินไปเสียแล้ว’
ก่อนหน้านี้ลวี่หยางไม่เผยโฉมออกมาเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงผู้ฝึกตน “วางรากฐานขั้นสมบูรณ์” ที่อวดดีอย่างยิ่ง
แต่เมื่อตอนนี้ลองมองอีกครั้งเห็นทีจะเป็นแค่ความเข้าใจผิด
เพราะหากเทียบกับ “หงจวี่” ผู้มีพลังเท่าเทียมกันซึ่งบัดนี้จิตใจหลงใหลมัวเมา ไม่อาจถอนตนจากผลแห่งตำแหน่งมรรคผลได้เลย…ลวี่หยางกลับยังสามารถคงสติเพียงพอ จะกล่าวว่าเป็นเพียงผู้บ่มเพาะขั้นวางรากฐานธรรมดาได้อย่างไร?
“ครั้งนี้ดูท่าสหายเต๋าจะเหนือกว่าข้าเล็กน้อย”
“…ทว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ยังมิอาจกล่าวได้แน่ชัด!”
เมื่อสิ้นเสียง อั้งเซียวก็พลันนั่งขัดสมาธิลงหลับตาแน่น เริ่มจดจ่อแน่วแน่กับ“ตำแหน่งมรรคผลลึกลับ”ที่เพิ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน
อีกฟากหนึ่งชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเ