ไปเล็กน้อย เขาได้ตอบออกมา “ยัยเด็กนี่ นี่ลูกพูดเรื่องไร้สาระอะไรกันอีก”
“ลูกพูดไร้สาระเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า พ่อ ตั้งแต่ข้าจำความได้ ข้า ก็ได้ยินท่านเล่าเรื่องคุณงามความดีของลุงเทียนเว่ยมากมายหลายหนจนข้านั้นจดจำได้เป็นอย่างดี”
“แต่ในวันนี้ เพียงพี่ใหญ่เฉินเฉียงได้ปรากฏตัว ท่าทีของท่านกลับเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ อย่าคิดว่าไม่รู้ว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอยู่”
“และข้าบอกได้เลยว่า ขนาดข้ายังสงสัยในเรื่องนี้ ข้าก็เชื่อว่าพี่ใหญ่เฉินเฉียงและคนอื่นๆเองไม่ได้โง่ พวกเขาย่อมระแคะระคายในเรื่องนี้”
“และไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ในวันนี้ ท่านได้ส่งพวกเขาไปยังสถานที่อันตรายอย่างทะเลแดนใต้ หากว่าพี่ใหญ่เฉินเฉียงเป็นอะไรไปล่ะก็ ข้าจะไม่ให้อภัยท่านเลย”
เมื่อพูดจบ เว่ยฉินเชิงได้สะบัดมือออกจากการจับของผู้เป็นพ่อและกลับเข้าไปในตึกจอมพลอย่างขุ่นเคือง
เมื่อเว่ยหยวนตี้ได้เห็นท่าทางของลูกสาวของตนที่จากไปอย่างขุ่นเคือง นี่ทำให้เขาราวกับเป็นผู้พ่ายแพ้และบ่นพึมพำออกมาเบาๆ “นี่…คงไม่ใช่ว่าข้าตัดสินใจผิดไปหรอกนะ”
ลีปิงได้ก้มหัวลงและพูดออกมาอย่างเคารพ “นายท่าน ข้าเชื่อว่าสักวัน คุณหนูจะต้องเข้าใจในการตัดสินใจที่ยากลำบากของท่านในครั้งนี้”
หลังจากที่กองกำลังเทียนเว่ยได้ออกจากเขตเมืองของตึกจอมพลมาแล้ว หลู่จี้ได้วิ่งไปหาทีมลาดตระเวนก่อนที่จะสอบถามอะไรบางอย่างแล้วรีบเดินกลับมา
“เฮ้ เจ้าหนอนหนังสือ นี่เจ้าไปไหนมาเ