นี่ย” เหรินหมิงได้ดึงแขนของหลู่จี้ไว้และถามออกมา
หลู่จี้ได้ส่ายหน้าของตนก่อนที่จะหันไปหาจางหยวน “กัปตัน ดูเหมือนว่าภารกิจของเราในครั้งนี้จะนำพาความวิบัติมาแล้วจริงๆ”
จางหยวนผู้ซึ่งกำลังใจประดุจดั่งไฟที่ลุกโชติช่วงได้หันไปถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ก็ไม่ใช่ว่ากองกำลังของเรานั้นแต่ก่อนก็รับทำแต่ภารกิจแบบนี้อยู่แล้ว ตราบใดที่พวกเราได้เข้าร่วมสนามรบ แค่นี้ก็ดีพอแล้วไม่ใช่รึไง ข้าพูดถูกรึเปล่า”
“ถูกแล้ว และหากเราไม่ได้เข้าร่วมการสู้รบในครั้งนี้ เห็นทีพวกเราเองคงไม่มีโอกาสจะได้เขาสนามรบไปอีกตลอดกาล นี่ เจ้าหนอนหนังสือ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตที่เจ้าได้ไปสู้กับพวกมนุษย์กลายพันธุ์สักหน่อย แล้วเจ้าจะกลัวไปทำซากอะไรกัน”
“ข้าเห็นด้วยกับหลางซานเอ๋อ เจ้าหนอนโง่ ถ้าเจ้ากลัวตายเจ้าก็บอกกัปตันไปเลย หากไปทั้งใจที่ขลาดกลัวแบบนี้ข้าว่าให้กัปตันส่งเจ้ากลับบ้านเกิด แต่งเมีย มีลูกอ้วนๆจ้ำม้ำสักคน”
หลู่จี้ยังเมินเฉยต่อคำยุแหย่ของผู้คนราวกับไม่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ และเขาก็ได้พูดออกมา “กัปตัน ข้าไปถามพวกลาดตระเวนเมื่อครู่เกี่ยวกับเรื่องเขตของผู้บัญชาการสูงสุดมาแล้ว ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกนั้นบอกว่ายังไง”
“พวกมันบอกว่าอะไร” จางหยวนได้ถามออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
“พวกนั้นบอกว่าสงครามทะเลแดนใต้จบลงแล้ว เขตกันหนันและตึกจอมพลแห่งเมืองหลวงร่วมกันต้านไอ้พวกสัตว์ประหลาดแห่งท้องทะเลไม่ไหว และคนกลุ่มสุดท้ายได้กลับมาแล้ว”
“ เดี๋ย