กับคุณงามความดีของเจ้าด้วยตัวข้าเองเลยนา”
เมื่อเฉินเฉียงได้ยินดังนั้น เขาจึงรีบก้าวขึ้นมาเพื่อกล่าวขอบคุณ “ถ้าอย่างนั้นข้าต้องขอขอบคุณในความหวังดีของท่านในที่นี้เลยแล้วกันครับ”
หลังจากกล่าวขอบคุณเสร็จ เฉินเฉียงก็เงยหน้าขึ้นมาเพื่อสบตากับเว่ยหยวนตี้
อย่างไรก็ตามเมื่อเฉินเฉียงได้สบตาเข้ากับเว่ยหยวนตี้ เว่ยหยวนตี้ที่กำลังยิ้มก็หน้าเปลี่ยนสีไปทันใด
ใบหน้าของเขาซีดเผือดในทันที
“เจ้า….” เว่ยหยวนตี้ได้ชี้ไปที่เฉินเฉียง พร้อมใบหน้าที่ซีดเผือดราวกับเห็นผี พลางผงะไปเล็กน้อย
“พ่อ เป็นอะไรน่ะ” เว่ยฉิงเชินได้รีบตรงเข้ามาพยุงพ่อของตนในทันที
หลังจากผ่านไปสักพัก เว่ยหยวนตี้ยังคงตกใจ เขาชี้ไปที่เฉินเฉียงด้วยนิ้วที่สั่นระรัว นี่ทำให้เฉินเฉียงตกอยู่ในความสับสนไม่น้อย
ในที่สุด หลังจากเว่ยฉิงเชินเขย่าตัวผู้เป็นพ่ออย่างหนัก จนในที่สุดเว่ยหยวนตี้ก็ได้สติ เขาสงบใจลงก่อนที่จะมองไปที่ใบหน้าของเฉินเฉียงและถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก “เจ้าหนู นามสกุลของเจ้าคือเฉินรึ”
“พ่อ นี่พ่อพูดอะไรออกมา เขาชื่อว่าเฉินเฉียงย่อมมีนามสกุลว่าเฉิน”
“เงียบ” เว่ยหยวนตี้ที่อยากจะดุลูกสาวของตนก็ได้ทำให้เว่ยฉิงเชินนั้นต้องสะดุ้งและเงียบเสียงลง และนี่ทำให้เขาถามออกมาอีกครั้ง
“เจ้าหนู เจ้าพอจะบอกได้รึเปล่าว่าเจ้ามีความสัมพันธ์ใดกับเฉินเทียนเว่ย ผู้นำและผู้การแห่งกองกำลังเทียนเว่ยของเมืองเหมันต์จันทรา”
จางหยวนและคนอื่นๆอีกแปดคนเมื่อได้ย