พูดจบลง จางหยวนก็ได้โค้งคำนับขอบคุณเขาและทำการเริ่มแนะนำตัวเองต่อเว่ยฉิงเชินตามด้วยคนอื่นๆ
ยังไงซะ ด้วยการที่เธอนั้นมีร่างกระจ่างจิตที่ร้อยปีจะมีให้เห็นสักคนหนึ่ง ต่อให้เธออยากจะกดตัวเองให้ต่ำ แต่กับร่างกายที่หายากนี่แล้วย่อมเป็นไปไม่ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้นคือ ด้วยความงามระดับนี้ ก็ไม่แปลกที่ผู้การของเขาจะหลงเข้าอย่างหัวปักหัวปำ
หลังจากที่ทุกคนถูกแนะนำไปแล้ว พวกเขาก็ได้แสดงความเคารพ ประดุจดั่งพบเจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ปาน
“คุณหนูเว่ย นี่คือ….”
จางหยวนได้แนะนำคนอื่นๆจนมาถึงคนสุดท้าย แต่เมื่อเว่ยฉิงเชินได้เห็นคนสุดท้าย เธอกลับเป็นฝ่ายพูดออกมาด้วยสายตาที่ลุกวาว
“เฉินเฉียง เจ้าอยู่ที่สำนักเต่าดำไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ เรื่องเป็นมายังไงกัน”
“อ่ะแฮ่ม คุณหนูเว่ย พอดีถ้าจะให้เล่าแล้วเรื่องมันยาว เอาเป็นว่าในตอนนี้ข้าเป็นคนของกองกำลังเทียนเว่ยก็แล้วกัน”
“ฉิงเชิน เจ้ารู้จักเจ้าหนุ่มนี่รึ”
เว่ยหยวนตี้ผู้ไม่ค่อยใส่ใจอะไรก็ถึงกับต้องเดินเข้ามาหาเมื่อได้ยินลูกสาวของตนเอ่ยปากออกมา
“พ่อ นี่คือศิษย์แผนกวิชายุทธพิเศษแห่งสำนักเต่าดำที่ชื่อว่าเฉินเฉียงยังไงละคะ ที่ข้าเล่าไปเมื่อเดือนก่อนว่าเขาเป็นคนสังหารถูหมั่นเถียนที่เขตแดนหมอกโลหิตร่วมกับข้า”
“อ้อ”
เว่ยหยวนตี้ได้เดินเขามาหาเฉินเฉียงใกล้ๆเมื่อได้ยิน “ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าจำเรื่องนั้นได้ ข้าคือคนที่เอ่ยขอกับผู้บัญชาการสูงสุดให้เขามอบรางวัลให้