ลางซานเอ๋อที่คันปากมานานได้พูดแทรกขึ้นมา “ไอ้นักรบเหนือมนุษย์ที่ข้าเคยฆ่าไปก่อนหน้านี้นั้นมันเองก็มีปีกที่หลังด้วยเช่นกัน ในตอนนั้นขอใช้โอกาสที่กำลังชุลมุนตัดปีกของมันทิ้ง และนี่ทำให้สามารถล้มมันได้ แต่ปีกของมันตนนั้นไม่ได้แปลกประหลาดเท่ากับของเจิ้งตี้ที่เห็นเมื่อวาน”
“ข้าว่าอันนั้นมันเรียกลอบกัดมากกว่าน้า….” หลิวไฮ่กลอกตามองบนไปที่หลางซานเอ๋ออย่างดูแคลน “ไอ้พวกนักรบเหนือมนุษย์ที่ข้าเคยฆ่าไปนั้น มือหนึ่งของมันนั้นเป็นอาวุธพิเศษ และนี่ทำให้มันสามารถปล่อยอาวุธได้ไม่รู้จักหมดสิ้น แต่ตราบใดที่มีใครโจมตีชิ้นส่วนบนร่างกายของมัน มันก็ตกตายลงในทันที”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เฉินเฉียงก็รู้สึกที่จะตื่นเต้นไม่ได้และถามออกมาต่อ “พี่หลิวไฮ่ หากถือจากที่ท่านพูดมาแสดงว่ามนุษย์กลายพันธุ์ไม่ใช่ทุกตัวจะมีปีกสินะ”
“หึหึหึ เฉินเฉียงเอ๋ยยยย ใครบอกเจ้ากันว่าไอ้พวกนักรบเหนือมนุษย์พวกนั้นจะเหมือนกันหมด” ม่อโจวหัวเราะออกมาจากปากที่เม้มแน่น “พวกเราเองเคยเจอไอ้พวกนักรบเหนือมนุษย์ที่สามารถพ่นไฟออกจากปากได้ด้วยซ้ำ ในครั้งนั้นมันทำให้พวกเราเสียไพร่พลไปมากเหมือนกัน แล้วรู้รึเปล่าว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น”
หลังจากพูดจบ เขาได้หันไปมองเม่ยหลัวหลันด้วยรอยยิ้มและพูดออกมา “เม่ยหลัวหลันได้โยนเม็ดพลังประกายแสงใส่ปากมันจนระเบิดไม่เหลือชิ้นดี สุดท้าย แม้แต่แผ่นพลังงานสักชิ้นก็ยังไม่เหลือให้พวกเราได้เก็บ”
เฉินเฉียงที่ได้ยินก็หั