นไปมองเม่ยหลัวหลันผู้เปรียบได้ดั่งดอกไม้ของกองพล และเป็นตอนนี้ที่เขาเห็นว่าเธอนั้นมีกระเป๋าเก็บของที่รายรอบอยู่เต็มเอวไปหมด
“กัปตัน ข้าขอมอบแหวนเก็บของนี้ให้กับกองกำลังของเรา มันจะทำให้พวกเรานั้นเก็บสินสงครามได้มากขึ้นในอนาคต”
เฉินเฉียงได้หยิบแหวนเก็บของเปล่าจากมือของเฉินเฉียงอย่างไม่เกรงใจและโยนไปให้เม่ยหลัวหลันในทันทีและพูดขึ้นมา “หลัวหลัน รับไปใช้อย่าได้เกรงใจ เฉินเฉียงนั้นรวยอยู่แล้ว จากนี้ไปเจ้าจะเป็นผู้ใช้มัน นี่ดีกว่ากระเป๋าเก็บของของเจ้ามากนัก”
เมื่อเห็นเม่ยหลัวหลันยิ้มแก้มปิในขณะที่กำลังนำสิ่งต่างๆยัดเข้าแหวนเก็บของไป เฉินเฉียงจึงได้ถามออกมา “กัปตัน ถ้าอย่างนั้นท่านก็คงพอจะบอกข้าได้ว่าเราจะแยกพวกมันออกในสนามรบได้ยังไง”
ตามความเข้าใจของเฉินเฉียงแล้ว เขาคิดว่าพวกนักรบกลายพันธุ์นั้นสมควรจะมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ยามที่ต้องฆ่าฟันกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อจางหยวนได้ยินคำถามนี้เขากับนิ่งเงียบในทันที เช่นเดียวกับคนในกองกำลังคนอื่น
“ไอ้พวกกลายพันธุ์ระยำนั่นความจริงแล้วพวกมันไม่ได้มีห่าเหวอะไรที่แตกต่างกับพวกเราเลยแม้แต่น้อย นี่จึงทำให้ในทุกครั้ง พวกมันเป็นฝ่ายเปิดก่อน ไม่อย่างนั้นล่ะก็พวกเราคงไม่สูญเสียไพร่พลไปมากมายขนาดนี้ในทุกๆครั้งที่สู้กัน” หลางซานเอ๋อได้เตะก้อนหินข้างทางในทันทีในขณะที่พูดออกมาอย่างเกลียดชัง
และนี่ทำให้จางหยวนถอดถอนลมหายใจก่อนที่จะพูดออกมา “เฮ้อ