นเองอย่างถี่ยิบในทันทีก่อนที่จะพูดออกมา “ไม่อ่ะ ผอ.สั่งว่าให้ข้าคอยรับข้อความจากเขาเพื่อที่จะไม่พลาดการประลองสี่สำนัก”
“เฉินเฉียง ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าเจ้าเป็นอะไรกับผอ.เฉียนกันแน่ ถ้าเป็นข้านะ ข้าจะหาโอกาสตรวจสอบเลือดของเจ้ากับเขาดูว่ามีความสัมพันธ์อะไรกันรึเปล่า”
เมื่อเห็นท่าทางของเฉินเฉียงที่ดำมืด จางหยวนก็รีบพูดความเห็นออกมา “เอ้า ก็ด้วยระดับการบ่มเพาะของเจ้าเนี่ยนะ แล้วผอ.ยังคาดหวังกับเจ้าถึงขนาดจะให้เข้าร่วมงานประลองสี่สำนักให้ได้ ไม่ว่าใครก็ต้องสงสัยแบบข้าล่ะว้า…”
ในตอนนี้จางหยวนยังคิดว่าเฉินเฉียงเป็นเพียงนักรบสายเลือดระดับนายพลวิญญาณที่พึ่งจะข้ามขั้นมาเพียงเท่านั้น เขาไม่ได้เก็บเรื่องที่ว่าทำไมเฉินเฉียงจึงสามารถสังหารเจิ้งตี้ได้เลยแม้แต่น้อย
หากเขารู้ว่าเขานั้นได้สังหารนักรับสายเลือดระดับกลางมาแล้วสองหน่อล่ะก็ เขาต้องหยิบยื่นตำแหน่งกัปตันของกองกำลังเทียนเว่ยในทันทีอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม จางหยวนไม่ได้คิดจะคุยเล่นอีก เขาพูดออกมาด้วยสีหน้าที่น่าสะพรึงกลัว “เฉินเฉียง เอาจริงๆข้าก็คิดว่าเจ้านั้นคิดถูกแล้วนะที่เลือกออกมาหาประสบการณ์ในโลกภายนอกแบบนี้ มีเพียงออกมาจากสำนักแล้วเท่านั้นถึงจะได้รับรู้ว่าโลกภายนอกนี้โหดร้ายขนาดไหน”
“และเป็นอย่างที่เจ้าว่า ต่อให้ต้องสังหารเจ้าเพื่อให้ได้แก่นโลหิตระดับราชามา ไอ้พวกในสำนักบางคนก็ยินดีที่จะทำ และแม้แต่คนในอาณานิคมของเจ้าพวกมันก็ไม่น่าจะละเว