จอมพลเมืองเหมันต์จันทรา”
หลังจากพูดจบ เขาก็ได้ทะยานไปกลางอากาศอีกครั้งมุ่งเข้าหาเจิ้งตี้ที่ในตอนนี้มีแขนเหลือข้างเดียว พลางตวัดดาบของตน
แต่เมื่อเสียงการปะทะดังขึ้นมา ดาบของเฉินเฉียงนั้นกลับถูกหยุดไว้โดยหวู่เจียง
“เจ้าเป็นใคร ทำไมต้องกล่าวหาเจิ้งตี้ด้วย เจ้าต้องการอะไรกันแน่”
หลังจากมองเฉินเฉียงที่ไม่คุ้นตาผู้นี้ เขาก็ได้รีบหันไปมองจางหยวนราวกับต้องการคำอธิบายให้จงได้
จางหยวนในตอนนี้เห็นว่าเรื่องราวเกินควบคุมเกินไปแล้วนั้น นี่ทำให้เขานั้นไม่มีทางเลือกจึงได้เดินขึ้นหน้าพร้อมกำหมัดของตนแน่น “หวู่เจียง นี่คือศิษย์น้องของข้าที่มีชื่อว่าเฉินเฉียง เขามาจากสำนักเต่าดำ เขาบอกก่อนหน้านี้ว่ามีสายลับแฝงตัวอยู่ในตึกจอมพลเมืองเหมันต์จันทรา แต่ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเจิ้งตี้”
หวู่เจียงที่ได้ยินก็รีบเหลือบมองกลับไปมองยังเจิ้งตี้ที่กำลังถือแขนของตนไว้และรีบถามออกมา “เจิ้งตี้ เจ้าคือสายลับรึ”
เจิ้งตี้ที่ในตอนนี้กำลังถูกพยุงโดยนักรบสองคนเมื่อได้ยิน แน่นอนว่าเขาย่อมปฏิเสธอย่างทันควัน ก่อนที่จะมองที่เฉินเฉียงและพูดออกมา “แก แกต่างหากที่เป็นสายลับ ไอ้ตัวไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าแบบแกต่างหากละโว้ย”
“กัปตันหวู่ นับแต่ข้าเข้ามาในกองกำลังคุนเผิง ข้า เจิ้งตี้ผู้นี้ได้สร้างคุณประโยชน์ให้กองกำลังมากมายพวกท่านก็เห็น อย่างน้อยๆพวกท่านก็ควรจะเห็นว่ามีสัตว์ประหลาดตั้งมากมายที่ตกตายในมือข้า แล้วข้าจะเป็นสายลับของพวกม