นั้นย่อมไม่พอที่จะออกคำสั่งพวกเราพี่น้องได้”
-พี่น้องเหรอ-
เฉินเฉียงได้นึกไปถึงที่ศิษย์พี่ใหญ่ของเขาหลู่ฟางเคยพูดเอาไว้เกี่ยวกับลีหลินมาก่อนหน้านี้ สองพี่น้องที่มีระดับการบ่มเพาะเดียวกัน และอยู่ในระดับเดียวกันกับสองคนตรงหน้าเขา ทั้งคู่พึ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางเมื่อไม่นานมานี้
“ลีหลินกับลีจี๋สินะ”
เฉินเฉียงชี้ไปที่คนทั้งสองก่อนที่จะตะโกนออกมา “พวกเราต่างก็เป็นศิษย์สำนักเต่าดำ ทำไมพวกเจ้าต้องฆ่าข้า แถมยังเล็งไปที่คนที่ไม่มีระดับการบ่มเพาะเสียอีก”
ทั้งสองไม่คิดว่าจะโดนจดจำได้ในทันทีแบบนี้ นี่ทำให้ทั้งสองต่างก็ดึงผ้าที่ปิดหน้าออก
“ฮี่ฮี่ฮี่ เฉินเฉียง เจ้าโทษตัวเองก็แล้วกันที่มีระดับการบ่มเพาะที่ไม่สูงแต่ดันมีสมบัติอยู่กับมือ”
“แต่เดิมพวกข้าพี่น้องแค่ต้องการแก่นโลหิตในมือแกเท่านั้น แต่ในเมื่อแกจดจำพวกข้าได้ ก็อย่าได้หาว่าพวกข้าโหดร้ายจะดีกว่า”
“ส่วนไอ้อ้วนนั่น ใครใช้ให้มันอยู่กับเจ้ากันล่ะ”
“หากเรื่องของพวกข้ารั่วไหลไปเพราะมัน พวกข้าคงไม่มีที่อยู่ในสำนักเป็นแน่”
เฉินเฉียงได้ถ่มน้ำลายออกมาก่อนที่จะพูดออกมาอย่างดูถูก “แกสองคนนี่พูดมากไร้สาระจริงๆ”
“ต่อให้ข้าจำพวกแกไม่ได้ แกก็คงไม่คิดจะปล่อยเจ้าอ้วนไปอยู่แล้ว”
“ไม่อย่างนั้นพวกแกคงไม่คิดจะสังหารตั้งแต่พวกข้ายังไม่รู้ตัวหรอก”
“ระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางแล้วยังไง”
“อยากจะฆ่าข้าเรอะ เก่งจริงก็เข้ามา”
หลังจากพูดจบ เฉินเฉียงได้พาเจ